ทีเอ็มบีมองบาทแข็งต่อยันปีหน้า ล่าสุดแข็งทะลุ28เดือน

นายนริศ สถาผลเดชา เจ้าหน้าที่บริหารศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี อนาไลติกส์) เปิดเผยว่า ได้ปรับประมาณการณ์ตัวเลขการขยายตัวเศรษฐกิจ(จีดีพี) ไทยปี 2560 เป็น 3.5% จากช่วงเดือนมีนาคมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.3% เป็นผลจากการขยายตัวของภาคการส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 5.8% จากเดิม 2% ซึ่งการขยายตัวของภาคส่งออกทำให้ภาคเศรษฐกิจอื่นปรับดีขึ้น ทั้งภาคการผลิตและการลงทุนเอกชน ซึ่งคาดว่าการลงทุนเอกชนจะขยายตัวได้ 1.6% แน่ยังเป็นการขยายตัวของบริษัทขนาดใหญ่เป็นหลัก ส่วนธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก(เอสเอ็มอี) ยังไม่ขยายตัว แต่โดดยรวมการลงทุนเอกชนมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวต่อเนื่องสะท้อนจากการนำเข้าที่ขยายตัวได้ 11.0% จากเดิมคาดที่ 4.0% ส่วนการท่องเที่ยวขยายตัวดีที่8.0% เพราะผลกระทบจากมาตรการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญที่หมดไป การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวใกล้เคียงกับประมาณการเดิมที่ 3.1% และการลงทุนภาครัฐคาดว่าจะเห็นเม็ดเงินลงทุนต่ำกว่าประมาณการเดิม โดยเฉพาะงบกลางปี 1.9 แสนล้านบาทที่คาดว่าจะเบิกได้ต่ำกว่าเป้าหมาย คาดขยายตัวที่ 6.6% จากเดิม 15.1% สำหรับปี 2561 คาดจีดีพีขยายตัว 3.8% ยังเป็นการเติบโตที่มาจากบริษัทใหญ่ แต่บริษัทออสเอ็มอียังทรงตัว คาดการส่งออกขยายตัว 4.8% ส่วนการบริโภคและลงทุนเอกชนขยายตัว 3.2% และ 3.8% ตามลำดับ ด้านลงทุนภาครัฐขยายตัว 7.2%

“จีดีพีของไทยจะยังขยายตัวไม่ถึง 4% เพราะเศรษฐกิจยังไม่กระจายตัว ยังเป็นการเติบโตของรายใหญ่มากกว่าเอสเอ็มอี ซึ่งสัดส่วนการจ้างงานของรายใหญ่อยู่ในระดับที่ต่ำเพียง 13% ของแรงงานทั้งระบบ เพราะการงานจ้างงานอยู่ในธุรกิจเอสเอ็มอีและภาคเกษตร ทำให้ไม่มีการกระจายรายได้และการบริโภคภาคเอกชนยังไม่ดีมากนัก ” นายนริศ กล่าว

นายนริศ กล่าวว่า ด้านทิศค่าเงินบาทในระยะยาวยังมีแนวโน้มแข็งค่าตามแนวโน้มการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด คาดปีนี้จะเกินดุล 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเกินดุลในปี 2561 อีก 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ระยะสั้นมีแรงกดดันนากเงินทุนไหลเข้า จากความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยที่เติบโตแข็งแกร่ง และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยช่วงที่เหลือของปีนี้คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง รวมทั้งมีการลดงบดุลลง ทำให้ค่าเงินบาทสิ้นปีนี้อยู่ที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ปี 2561 คาดว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ยังมีเงินไหลเข้าอีกทำให้อาจจะเห็นค่าเงินบาทบางช่วงของปีหน้าแข็งค่าไปที่ระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตามสิ้นปี 2561 คาดเงินบาทจะอยู่ที่ 32.50 บาท ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดว่าจะปรับขึ้นตามดอกเบี้ยของเฟด 2 ครั้งเช่นกัน คาดอยู่ที่ 2.0% จากปัจจุบันที่ 1.50%

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ค่าเงินบาทวันที่ 7 กันยายน แข็งค่าขึ้นมากที่สุดในรอบ 28 เดือน โดยแข็งค่าที่ระดับ 33.08 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับต้นปีค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นกว่า 8.28% เป็นการแข็งค่ามากที่สุดในเอเชีย ผลจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงจากการส่งออกสิค้าและบริการ รวมทั้งแรงหนุนเงินทุนไหลเข้า