สำนักศิลปากรที่ 12 รุกสำรวจภาพสลักหินทราย ‘หนานรูป’ วัดขนาน เมืองคอน คาดทำขึ้นอยุธยาตอนปลาย

 

เมื่อวันที่ 12 กันยายน กรมศิลปากร แจ้งว่า สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจากราษฎรในพื้นที่เรื่องการพบภาพสลักบนลานหินทราย “หนานรูป” ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านขนาน ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช จึงได้ลงพื้นที่สำรวจร่วมกับนายกฤษณะ ณ สงขลา นายอำเภอทุ่งใหญ่ โดยมีพระครู พิศาล เขตคณารักษ์ เจ้าอาวาสวัดขนาน ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่า ภาพสลักนี้กรมศิลปากรเคยสำรวจ และจัดทำรายงานไว้เมื่อปี 2538 เป็นภาพสลักบนผนังหินทราย พื้นที่ภาพยาวประมาณ 1.4 เมตร สูงประมาณ 80 เซนติเมตร จากการศึกษาเพิ่มเติมพบว่า ประกอบด้วยภาพที่สันนิษฐานว่าเป็นแท่นฐานสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป เนื่องจากส่วนบนปรากฏลักษณะเป็นรูปกลีบบัวขนาดเล็กเรียงกันจำนวน 11 กลีบ ถัดลงมาเป็นลายช่องกระจกรูปกลีบบัวขนาดใหญ่ 2 ช่อง และช่องรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า อาจตีความว่าเป็นช่องประตูหน้าต่างก็เป็นได้ ส่วนด้านล่างปรากฏลักษณะขาโต๊ะ และตรงกลางเป็นลายผ้าทิพย์ ถัดไปทางขวามือมีภาพสลักรูปบุคคลแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างงดงาม อยู่ในอาการเคลื่อนไหว มือทั้ง 2 ข้างจับชูนาคไว้เหนือศีรษะ

กรมศิลปากรแจ้งอีกว่า อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาที่เท้าซ้ายของรูป พบว่าเป็นลักษณะของเท้าสัตว์ประเภทลิง ดังนั้น รูปนี้จึงไม่น่าจะเป็นรูปบุคคล เทพ หรือยักษ์ และจากลักษณะท่าทางทำให้นึกถึงภาพตัวละครในหนังใหญ่ เช่น รูป “วานรจับนาค” ซึ่งน่าจะเป็นแรงบัลดาลใจในการสลักภาพดังกล่าวก็เป็นได้ นอกจากนี้ ถัดไปทางด้านขวาห่างไปประมาณ 1 เมตร ยังมีภาพร่างเป็นลายเส้นรูปเศียรพญานาคอีกด้วย ในเบื้องต้นกำหนดอายุภาพสลักจากลวดลายที่ปรากฏ สันนิษฐานว่าน่าจะทำขึ้นในช่วงสมัยอยุธยาตอนปลาย หรือต้นรัตนโกสินทร์ บริเวณนี้คงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หรือสถานที่สำคัญ ที่ผู้คนในสมัยโบราณได้มาสร้างสรรค์งานศิลปกรรมที่งดงาม และทรงคุณค่า แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชุมชนโบราณในพื้นที่แถบนี้ได้เป็นอย่างดี

อนึ่ง คำว่า “หนาน” ในภาษาพื้นถิ่นปักษ์ใต้เป็นคำนาม หมายถึง ผาที่มีน้ำตก หรือพื้นที่ต่างระดับที่มีทางน้ำไหลผ่าน บริเวณโบราณสถานมีลักษณะเป็นลานหินทรายกว้างใหญ่ลาดเอียง แต่เดิมมีทางน้ำไหลผ่าน แม้ในปัจจุบันก็ยังมีน้ำซึมผ่านอยู่ตลอดเวลา และเนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีภาพสลักจึงเรียกว่า หนานรูป นอกจากนี้ ในหมู่บ้านยังมีหนานที่สำคัญอีก 2 แห่ง คือ หนานใหญ่ และหนานนุ้ย ซึ่งชาวบ้านนับถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน ปัจจุบันจึงได้ร่วมแรงรวมใจกันอนุรักษ์ และพัฒนาพื้นที่หนาน หรือลานหินทรายทั้ง 3 แห่ง เพื่อเชิดชูคุณค่า เป็นศูนย์รวมจิตใจ และส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน