เปิดประสบการณ์ “กิน” ครั้งใหม่ “Food Fest 2017” มหกรรมอาหารอร่อย รสเด็ด ทั่วไทย

ร้าน twist A

กลับมาอีกครั้ง! สำหรับมหกรรมอาหารที่คนรักการกิน ห้ามพลาด!

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากการจัดกิจกรรมครั้งแรกเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา ปีนี้หนังสือพิมพ์ข่าวสด ร่วมกับ เพจบล็อกเกอร์แนะนำอาหารสุดฮิตชื่อดัง สตาร์ฟวิ่งไทม์ (Starvingtime เรื่องกินเรื่องใหญ่) ร่วมจัดงาน “มหกรรมอาหารจานเด็ด Food Fest 2017” ขึ้นมาอีกครั้ง

ร้าน Saychiizu

โดยคัดสรรสุดยอดอาหาร จานเด็ด ร้านดัง ร้านอร่อย มากกว่า 400 ร้าน จากทั่วประเทศมารวมกันในงานเดียว

ร้าน Drinky winky

เกษมศักดิ์ ศิริรักษ์ หรือ ไมเคิล เจ้าของเพจ “STARVINGTIME เรื่องกินเรื่องใหญ่” เปิดเผยว่า ร้านอาหารในงานครั้งนี้มีมากกว่า 200 ร้านเด็ด ที่ต้องมีเยอะเพราะเราจัดงาน 4 วันอยากให้คนมาทั้ง 4 วัน และเชื่อว่าคน 1 คนชอบอาหารไม่ต่ำกว่า 10 ประเภท แต่ไม่สามารถกินแบบเดิมได้ทุกวัน จึงพยายามจัดอาหารที่ดีที่สุดในแต่ละประเภทมา ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือคุณต้องมาทุกวัน เพราะถ้าพลาดงานนี้จะไม่สามารถหางานไหนที่รวบรวมได้แบบนี้แล้ว

“ในงานจะมีอาหารคาว 70 เปอร์เซ็นต์ ของหวาน 30 เปอร์เซ็นต์ และจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 50 เปอร์เซ็นต์แรก จะเป็นอาหารตำนาน ซึ่งเราจัดมาทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นข้าวหมูกรอบ หอยทอด ฯลฯ หรือแม้กระทั่งร้านในตำนาน ร้านใหญ่เจ้าดัง อย่าง จกโต๊ะเดียว ข้าวผัดปูเมืองทอง ข้าวหน้าไก่รสดีเด็ด เผือกหิมะ เราก็ชวนเขามาด้วย ส่วนอีก 50 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นอาหารเทรนดี้ หรือโซเชียลฟู้ด สำหรับฝั่งคนชอบถ่ายรูป แชร์แล้วชิม บอกได้เลยว่ามีไม่ต่ำกว่า 70-80 ร้านให้ลงโซเชียลกันสนั่นเมือง”

ร้าน mromelet

“มีร้านที่ไม่ควรพลาดหลายร้าน อย่างร้าน “บาร์บี้แอนด์บอตเทิล” เป็นร้านสเต๊กที่ทำรูปแบบใหม่ หรือร้าน “I Believe I Can Fry” ร้านเฟรนช์ฟรายชีสสุดดัง หรือร้าน “มาเธอร์ ทรัคเกอร์ เบอเกอร์” ร้านเบอร์เกอร์สไตล์ Food Truck ยอดนิยม เขาบอกอาจจะมีสูตรพิเศษเซอร์ไพรส์ในงานนี้ด้วย ยังมีร้าน “Chic & Cheese” ร้าน “House of crepe” ก็จะมาครบเลยในงานนี้ พร้อมกับร้านยอดนิยมที่เป็นเดอะเบสต์”

ร้าน pasta to go

ไมเคิลบอกอีกว่า สำหรับงานมหกรรมอาหารจานเด็ด ครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วผลตอบรับค่อนข้างเป็นที่ประทับใจมาก มีคนเข้าร่วมงานแสนกว่าคน โดยเฉพาะช่วงวันศุกร์-อาทิตย์ คนเยอะจนแทบไม่มีที่เดิน ถือว่าเกินคาดพอสมควร

“สิ่งที่เราคุยกันตลอดคือ มันน่าประหลาดใจเพราะคนที่มาร่วมงานมีทั้งคนสูงอายุและเด็ก แล้วเมื่อเราพูดคุยกับเขาพบว่าพ่อแม่ลูกอยากจะมางานนี้ โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นงานเดียวกัน มันเป็นเหตุการณ์ที่เรารู้สึกว่าอาหารเป็นตัวกลางที่สามารถเชื่อมคนยุคใหม่กับยุคเก่าเข้าด้วยกันได้ แล้วการจัดงานครั้งแรก เรามีความเชื่อว่าคนอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไปจะมากินอาหารที่เป็นอาหารตำนาน อาหารจานเด็ดจากจังหวัดต่างๆ เราเชื่อว่าผู้สูงอายุชอบกินอาหารแบบนั้น ขณะที่ร้านที่เป็นชีสยืดๆ หรือที่เราเรียกว่า Snap before eat หรืออาหารที่ต้องถ่ายรูปก่อนกิน วัยรุ่นน่าจะสนใจ แต่กลายเป็นว่าผู้ใหญ่ให้ความสนใจค่อนข้างมาก ส่วนเด็กเราคิดว่าเข้าไม่ถึงอาหารโบราณ แปลกๆ เก่าๆ กลายเป็นตื่นเต้นและสนใจมาก จนเป็นไวรัลอะไรบางอย่างและเกิดการเรียนรู้ระหว่างเจเนอเรชั่นโดยไม่รู้ตัว นี่คือผลพลอยได้ที่เรารู้สึกประทับใจมาก” ไมเคิลบอก

ร้่าน pasta to go

และว่า ไฮไลต์ปีนี้เราเน้นเรื่องควอลิตี้ของอาหาร เพราะไม่ว่าจะจัดกิจกรรมอะไรก็ตาม แต่สุดท้ายเมนคอนเทนต์ที่คนจะมาคือ อาหารที่ดี เราจึงเสริมทัพหาร้านอาหารที่บางร้านไม่เคยออกงานมาเลยเพราะแค่ในร้านก็ขายดีจนไม่ต้องไปไหนแล้ว แต่เขาก็มาในงานนี้งานแรก ยังมีร้านใหม่ๆ อย่าง ร้านลูกชิ้นน้ำแตก ร้านข้าวมันไก่กะไข่แข็ง หรือร้านที่ไม่เคยออกอีเวนต์มาก่อน แต่คนชอบมากๆ ก็จะมาออกร้านกับเราด้วย สำหรับร้านที่เข้ามาจัดแสดงในงานนี้ เราเลือกร้านที่อร่อยที่สุด อย่างอาหารแบบเดียวกัน เราต้องล็อกไว้ว่ามีไม่เกินกี่ร้าน

ร้าน twist A


ประเด็น “เทรนด์อาหาร” เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจ ในมุมมองของไมเคิลมองว่า เทรนด์อาหารมีความเปลี่ยนแปลงจากเมื่อก่อนและไม่มาก ถ้าพูดถึงอาหารเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ร้านอาหารส่วนใหญ่จะทำมาเพื่อหน้าตาอย่างเดียว ถ้าสังเกตจะเห็นว่ามีร้านที่เป็นชีสเยอะมาก แต่ปัจจุบันทุกๆ ร้านมีการพัฒนามากขึ้น

“หมายความว่าหน้าตาอย่างเดียวเอาไม่อยู่ ต้องมีคุณภาพของอาหาร และตอบโจทย์กับกลุ่มเซ็กเมนต์นั้นด้วย ทำให้อาหารในงานปีนี้เราต้องคัดสรรมากขึ้น คือนอกจากหน้าตาดี กินอร่อย ยังต้องรู้สึกว่าอยากจะซื้อกลับไปฝากคนอื่นด้วย”

ร้าน เรื่องของมัน

จากประสบการณ์ทำเพจอาหารชื่อดัง ไมเคิลมองว่า อาหารยอดฮิตที่คนกดไลค์-กดแชร์มี 2 ประเภท

1.ที่สามารถกินได้ทุกวัน เช่น กระเพราหมูกรอบ ให้ผ่านไปนานกี่ปีคนก็ยังกดไลค์ กดแท็ก ผมเรียกว่าอาหารตำนานเลย เพราะอยากกินทุกวัน

2.อาหารที่ยังเป็นเทรนด์ได้อยู่ คืออาหารประเภทโซเชียลฟู้ด เพียงแต่มันจะไม่คงที่เหมือนเมื่อก่อน มันจะปรับไปเรื่อยๆ อย่างตอนนี้ที่กำลังมาคือ “มันม่วง” แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อก่อนสัก 6-7 เดือนจะเป็น “เรนโบว์” เป็นสีต่างๆ อาหารเทรนด์มันจะสลับเปลี่ยนไปเรื่อย

“แต่ว่า ทุกๆ เทรนด์มันมีเซ็กเมนต์ของมันอยู่ ถ้าเราทำเพื่อถ่ายรูปอย่างเดียวมันก็จะไม่รอด แต่ก็ยังมีร้านชีสที่ยังเหลืออยู่ อย่างร้านชีสที่เราเชิญมาอร่อยมาก เช่น เซย์ชีส หรือ I Believe I Can Fry เรียกว่าใครมาหลังบ่ายสองโมง อาจจะไม่ได้กินแล้ว” ไมเคิลอธิบาย

ทอดมันแม่มะลิ

สำหรับงานมหกรรมอาหารจานเด็ดในปีนี้ ไมเคิลตั้งความหวังไว้ว่าจะมีผู้ร่วมงานถึง 200,000 คน

“ผมเชื่อว่าคนค่อนข้างติดใจนะ และในเพจมีคนมาคอมเมนต์ว่าปีที่แล้วงานค่อนข้างดีอยากให้มีอีก”

เป็นความเห็นของบล็อกเกอร์ดังจากเพจ “สตาร์ฟวิ่งไทม์” พร้อมระบุอีกว่า สิ่งที่ทำให้งานนี้ต่างจากงานเกี่ยวกับอาหารอื่น คือ 1.เรื่องควอลิตี้ของอาหาร 2.เรื่องของอาหารที่ครบวงจร สมมุติว่าคุณเคยไปกินอาหารที่เป็นตำนานความอร่อย คุณก็จะเจอแต่ร้านอาหารที่เป็นตำนานอย่างเดียว หรือถ้าไปเดินตลาดสมัยใหม่ก็จะเจอแต่อาหารสมัยใหม่อย่างเดียว แต่มาที่นี่จะพบอาหารครบ และ 3.งานของเราเป็นงานในห้องแอร์ นี่เป็นสิ่งสำคัญ เพราะงานอาหารหลายๆ งานไม่สามารถทำในแอร์ได้ กินไปร้อนไป รอไปร้อนไป เสี่ยงต่อฝนตก แมลงวัน แต่งานนี้มี 3 อย่างที่เป็นหมัดฮุกเลย

ร้านมานีมีนม

“ยังมีเรื่องของ Experience ก็คือคำว่าประสบการณ์ ไม่อยากให้รู้สึกว่ามากินเพื่ออร่อย แต่สิ่งที่เราอยากให้คนได้รับคือ “ประสบการณ์ในการกิน” อย่างเฮียจก จากร้านจกโต๊ะเดียว ปกติเขาขายเต็มโต๊ะไม่เกิน 3-4 เมนู จานใหญ่ๆ ทั้งนั้น แต่ในงานนี้เราจะมีโอกาสได้กินจกโต๊ะเดียวในขนาดที่เล็กลง นี่คือประสบการณ์ที่คุณหาไม่ได้ ก็อยากให้มาเก็บประสบการณ์ ได้ลองทุกๆ อยากที่คุณไม่เคยได้ลองในงานนี้” ไมเคิลอธิบาย

ร้านมานีมีนม

ขณะที่ สุรพล พิทยาสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า งานมหกรรมอาหารจานเด็ดจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 เป็นการต่อยอดจากคอลัมน์ต่างๆ ของหนังสือพิมพ์ข่าวสด และมีการทำงานร่วมกับเพจสตาร์ฟวิ่งไทม์ เพื่อทำให้อาหารมีความหลากหลาย มีทั้งอาหารภาคต่างๆ อาหารในเมือง อาหารที่เป็นฟิวชั่น สตรีทฟู้ด ฟู้ดทรัค ให้ทั้งหมดมารวมอยู่ในงานมหกรรมอาหารครั้งนี้

“เพื่อให้ตอบโจทย์กับคนหลากหลายกลุ่ม ทุกเพศทุกวัย เป็นสิ่งที่ข่าวสดมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งเหล่านี้และทำให้อาหารพัฒนาขึ้น ถึงแม้เทรนด์อาหารจะเปลี่ยนไป แต่ข่าวสดก็จะเป็นตัวชี้นำสังคมเรื่องการกิน เพราะมันยังมีของอร่อยอีกมากที่ยังแฝงอยู่ในสังคมเมืองไทย เชื่อมกับเพจสตาร์ฟวิ่งไทม์ ดึงร้านอร่อยทั้งที่มีอยู่ทั่วไป ร้านที่อยู่ในโซเชียลมีเดีย และอาหารถิ่นที่เราเชิญจากจังหวัดต่างๆ เข้ามาที่อาจจะไม่ได้อยู่ในสื่อโซเชียลแต่ว่ามันมีความอร่อยของมันอยู่แล้ว ก็จะจับมาเจอกันในงานนี้” สุรพลอธิบาย

ร้าน หนังไก่กรอบฮีโร่

นอกจากนี้ยังมีร้านดังอีกมากมายที่อาจจะไม่ได้แพร่หลายในโลกโซเชียล แต่เป็นที่รู้จักของคนรักการกินของอร่อยเป็นอย่างดี สุรพล ยกตัวอย่างไม่ว่าจะเป็นร้านระดับตำนานที่มีประสบการณ์ทางอาหารอย่างยาวนาน อย่างร้านจกโต๊ะเดียว ร้านนายโซว ร้านชื่อดังจากเยาวราช ขณะที่มีเชฟชื่อดังอย่าง “มาดามตวง” และ “เชฟแนตตี้” นภาวดี พยัคฆโส เชฟสาวแห่ง “มติชน อคาเดมี” ที่มีเบเกอรี่ชื่อดังมากมาย

“เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานมหกรรมอาหารครั้งนี้ ยังมีร้านอาหารอร่อยและเชฟระดับตำนานมากมายมาที่งานแห่งนี้” สุรพลอธิบาย

ร้านหนังไก่กรอบฮีโร่

และว่า ข่าวสดกับสตาร์ฟวิ่งไทม์ไม่ได้มาจัดอาหารให้คนกินอิ่มหรือมีความสุขกับการกินที่หลากหลายเท่านั้น แต่เรามองว่างานนี้จะมีส่วนช่วย “พัฒนา” หลักสูตรอาหารใหม่ๆ แปลกๆ ออกมา

“คนที่มางานนี้ก็เหมือนกับมาแข่งขันเพื่อจะต่อยอดอาหารของตัวเอง ต่อยอดเมนูของตัวเองต่อไป อย่างแต่ละร้านที่มาก็จะเห็นข้อดีข้อด้อยของอาหารตัวเอง ก็เกิดการปรับปรุงหลักสูตรปรับปรุงอาหารให้ดี ให้แปลกใหม่เกิดขึ้น นั่นคือความร่วมมือของเราทั้งสองที่จะช่วยพัฒนาอาหารขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง” สุรพลทิ้งท้าย

เตรียมล้างท้องให้พร้อม แล้วพบกันวันที่ 21-24 กันยายนนี้ ที่ชั้น 4 เอ็มซีซีฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ

ร้าน อิ่มหมี
ร้าน อิ่มหมี