ศาลยกคำร้อง ‘สุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดคมนาคม’ ยื่นเอกสารบัญชีทรัพย์สินเพิ่มชั้นฎีกา คดียึดทรัพย์

เมื่อเวลา 13.30น. วันที่ 13 กันยายน ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลแพ่งนัดฟังคำสั่งศาลฎีกา ที่ทนายความของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ยื่นคำร้องขอส่งเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ในการยื่นฎีกาคดีหมายเลขดำ ปช.1/2555 ที่อัยการสูงสุด เป็นผู้ร้อง นายสุพจน์ ผู้คัดค้าน ขอให้ทรัพย์สินของนายสุพจน์ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ชี้มูลความผิด เมื่อปี 2555 ว่ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ โดยวันนี้ศาลได้นัดฟังคำสั่งกรณีที่ นายทิวา การกระสัง ทนายความของนายสุพจน์ ยื่นขอส่งเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับทรัพย์สิน เพื่อให้ศาลฎีกาประกอบการพิจารณาคดี ขณะเดียวกันอัยการผู้ร้องก็ยื่นหนังสือคัดค้าน โดยอ้างว่าเอกสารดังกล่าวฝ่ายผู้คัดค้านได้ทราบดีอยู่แล้ว ศาลพิเคราะห์แล้ว ไม่มีเหตุสำคัญในคดี ผู้คัดค้านก็ไม่ได้นำมาสืบในศาลชั้นต้น คำร้องของผู้คัดค้านไม่มีผลต่อการพิจารณาคดี ให้ยกคำร้อง

นายทิวา เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการยื่นเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัญชีการตรวจสอบทรัพย์สินของนายสุพจน์ เมื่อปี 2544 – 2550 ที่เคยยื่นไว้ต่อ ป.ป.ช.และ ป.ป.ช.ได้วินิจฉัยแล้วว่าถูกต้อง เป็นทรัพย์สินที่ได้มาก่อนการดำรงตำแหน่ง โดยศาลเห็นว่าเอกสารดังกล่าวนายสุพจน์ทราบอยู่แล้วแต่ไม่ได้ดำเนินการยื่นไว้ตั้งแต่ศาลชั้นต้น จึงให้ยกคำร้อง โดยตนเพิ่งเข้ามาเป็นทนายความในชั้นศาลฎีกา ส่วนศาลชั้นต้นนั้นเป็นทนายความอีกคนหนึ่ง ซึ่งได้ขอเอกสารเกี่ยวกับบัญชีการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินจาก ป.ป.ช. แต่ขณะนั้น ป.ป.ช.ยังไม่ได้ให้เอกสารมา จึงไม่ได้ยื่นต่อศาลไปตั้งแต่แรก

ผู้สื่อข่าวถามว่าศาลยกคำร้องไม่รับเอกสารเกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สินเพิ่มเติมในส่วนนี้จะมีผลอย่างไรบ้าง นายทิวา กล่าวว่า ไม่มีผลอะไร เป็นการยื่นตามสิทธิ ก็เข้าใจว่าศาลอาจจะไม่รับก็ได้ ซึ่งหลังจากนี้ก็คงต้องรอฟังคำพิพากษาศาลฎีกาต่อไป

เมื่อถามถึงคดียื่นทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จของนายสุพจน์ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 26 กันยายน นี้ เวลา 09.30 น. นายทิวา กล่าวว่า เป็นในส่วนของเงินสด 17 ล้านบาท ที่นายสุพจน์ถูกโจรปล้นบ้าน แต่ไม่ได้ยื่นไว้กับ ป.ป.ช. เพราะนายสุพจน์ระบุว่าเป็นเงินค่าสินสอดของบุตรสาว ซึ่ง ป.ป.ช.ไม่เชื่อ โดยนายสุพจน์ก็จะต้องเดินทางไปฟังคำพิพากษาด้วย ซึ่งขณะนี้นายสุพจน์ได้รับการประกันตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเนื้อหาคดีแพ่งหลักขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โดยคดีนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 แก้เป็นว่า ให้ริบทรัพย์สินของนายสุพจน์ ให้ตกเป็นของแผ่นดิน รวม 64,998,587.52 บาท