หย่าศึกโรงพักทุ่งยางแดง ย้ายทั้ง 2 ฝ่าย เด้ง ผกก.ประจำภ.จว. 25ประทวนพ้นพื้นที่สั่งปรับทัศนคติ ตั้งกก.สอบ

จากกรณีตำรวจชั้นประทวน สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี จำนวน 25 นายได้รวมตัวกันเขียนหนังสือร้องเรียน พ.ต.อ.พฤกษ์ เลี้ยงสุข ผกก.สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี  ต่อ พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และ นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้  กล่าวหา ผกก. มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม  ทำนองสร้างเงื่อนไขต่อกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ นั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 กันยายน พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.ต.อ.จีรเศรษฐ ดาวเงินตระกูล รองผบก. ได้เดินทางมาที่ สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เพื่อเรียกประชุมและตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยในการประชุมครั้งนี้ มี พ.ต.ท.อรัญ รักษ์วงศ์ รอง ผกก.สืบสวน นำข้าราชการตำรวจทั้ง 25 นาย มาร่วมชี้แจงกับเหตุการณ์เกิดขึ้น ส่วน พ.ต.อ.พฤกษ์  ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเนื่องจากอยู่ในระหว่างการลาพัก

ทั้งนี้ในที่ประชุม ได้มีตัวแทนตำรวจนายหนึ่งรายงานถึงเหตุการณ์เกิดขึ้นตามหนังสือร้องเรียน ที่ยื่นให้กับแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำหนังสื่อร้องเรียนไปแล้วถึง 4 ครั้งไปยังผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น แต่เรื่องเงียบ จึงทำให้ต้องยื่นให้กับแม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อให้เร่งแก้ปัญหาโดยตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี ตำรวจในโรงพักไม่ได้รับความเป็นธรรมกรณีการปฏิบัติของ ผกก.ต่อลูกน้องทำให้หลายนายมีความกดดันและไม่มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติ หน้าที่ ส่วนเรื่องของการกระทำความรุนแรงตามที่ระบุในหนังสือร้องเรียนนั้น ก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการสอบสวนของผู้บังคับบัญชาต่อไป

ขณะที่ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี หลังรับทราบปัญหาก็ได้ให้กำลังใจและพร้อมที่จะตรวจสอบ โดยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และในการแก้ปัญหาเบื้องต้นก็อาจจะให้ ผกก.ไปช่วยราชการ ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เป็นการชั่วคราว เช่นเดียวกับตำรวจชั้นประทวน ที่เซ็นชื่อทั้งหมดย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในเขต อ.เมืองปัตตานี ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการลดระดับข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น และจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

พล.ต.ต. ปิยะวัฒน์  เปิดเผยว่า ในขณะนี้กำลังดำเนินการแก้ไขและตรวจสอบความจริงอยู่ ซึ่งก็พอรู้ปัญหา โดยจะเร่งตรวจสอบความเป็นจริง โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องของการปกครองของผู้บังคับบัญชาส่วนหนึ่ง และเป็นปัญหาในพื้นที่ที่หมักหมมมานาน ซึ่งต้องยอมรับว่าพื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่ที่มีสถานการณ์ มีความเครียดในการปฏิบัติหน้าที่ ในเรื่องที่เกิดขึ้นก็อาจจะเกิดจากความเครียดในการทำงาน จะต้องตรวจสอบทั้งสองฝ่ายว่าสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ โดยจะเร่งตรวจสอบให้เร็วที่สุด และจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

“โดยเท่าที่รับรู้มาก็เกิดปัญหาจากด้านการปกครอง อยู่ที่บุคลิกภาพของหัวหน้าหน่วยซึ่งก็ไม่เหมือนกันทุกคน แต่พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ค่อนข้างอันตราย  ถ้าตำรวจออกไปนอกพื้นที่ อาจจะถูกลอบทำร้ายและเกิดความสูญเสีย หัวหน้าหน่วยก็ต้องรับผิดชอบ พื้นที่ที่นี้เป็นพื้นที่ประกอบกำลังรบส่วนหนึ่ง ไม่เหมือนกับพื้นที่อื่น ๆ การออกลาดตระเวน การออกปฏิบัติการจะต้องเป็นหมู่รบ จะต้องมีความเข็มแงจะต้องมีการฝึก ก็ต้องเหนื่อย เพราะต้องยอมรับว่าพื้นที่ตรงนี้ต้องเหนื่อยกว่าพื้นที่ปกติ จะต้องมีการฝึกยุทธวิธี ทำให้การปฏิบัติหน้าที่มีผลทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดความเครียดส่วนหนึ่ง ผู้บังคับบัญชาส่วนหนึ่ง ก็ต้องลงมาดูส่วนนี้ โดยล่าสุดได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว และพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ซึ่งหลังจากได้พูดคุยกันทั้ง 2 ฝ่าย มีแนวโน้มที่ดี น่าจะเกิดความเข้าใจกัน ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่เข้าใจ ที่ได้พูดคุยกันในเรื่องทัศนคติที่ไม่ตรงกัน ซึ่งเชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น” พล.ต.ต. ปิยะวัฒน์กล่าว

ผบก.ภ.จว.ปัตตานี กล่าวว่า วันนี้ตนจะออกคำสั่งให้ พ.ต.อ.พฤกษ์ ช่วยราชการประจำ ภ.จว.ปัตตานี ชั่วคราว ขณะเดียวกันก็ให้ตำรวจทั้ง 25 นายที่ร่วมกันไปร้องเรียน ไปปฏิบัติงานนอกพื้นที่ สภ.ทุ่งยางแดง เพื่อเปิดทางให้มีการตรวจสอบทั้ง 2 ฝ่าย และปรับทัศนคติในการทำงาน ของทั้ง 2 ฝ่าย กรณีนี้ไม่สามารถตัดสินได้ว่าใครผิด ทั้งผกก.และผู้ใต้บังคับบัญชามีความตั้งใจ ในส่วนของตำรวจชั้นประทวนตรวจสอบทราบว่าบางนายก็มีปัญหาจริงๆ แต่กรณีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องบุคคลิกภาพและการแสดงออก ทั้งนี้ต้องปรับทั้ง 2 ฝ่าย โดยจะมอบหมายให้รองผบก.ภ.จว.ปัตตานี ไปรักษาราชการแทนในตำแหน่งผกก.สภ.ทุ่งยางแดง และรับกำลังตำรวจชั้นประทวนจากพื้นที่อื่นเข้าปฏิบัติหน้าที่แทนตำรวจทั้ง 25 นาย ที่ให้ออกนอกพื้นที่ก่อน

ด้าน ส.ต.ท.สมประสงค์ พรมคณะ ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราบ ตัวแทนตำรวจที่ร้องเรียน เปิดเผยว่า ในฐานะข้าราชการตำรวจต้องขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่เข้ามาดูแล และห่วงใยในปัญหาตรงจุดนี้ ซึ่งเบื้องต้นจากการประชุมร่วมกันก็มีผลที่น่าพอใจ ที่จริงแล้ว พวกตนทุกคนก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ตำรวจที่นี้ทุกคนก็อยากจะอยู่ด้วยความรักความสามัคคี และไม่คิดที่จะทิ้งที่นี้ และย้ายไปอยู่ที่อื่น รุ่นของตนก็อยู่ที่นี้มา 5 ปี แล้ว ไม่เคยมีความคิดที่จะทำเรื่องย้าย แต่มาล่าสุด ความคิดได้เปลี่ยนไป ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ผู้บังคับบัญชาต้องนำไปคิด และเข้ามารับทราบถึงปัญหาว่าทำไมพวกตนถึงทำเรื่องย้ายกัน พวกตนเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย คงทำได้เพียงแค่ขอความยุติธรรม และเห็นใจพวกตนบ้าง