ทย.ใจป้ำลดค่าจอด50%เยียวยา12สายการบินที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตใหม่-จับตาผลตรวจไอเคโอ27ก.ย.นี้

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างนโยบายห้วงอากาศแห่งชาติ (National Airspace Policy) ซึ่งจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป หลักการของร่างนี้เป็นนโยบายการบริหารจัดการห้วงอากาศภายในประเทศที่ใช้งานทั้งในด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ให้มีความยืดหยุ่นขึ้น ทั้งในแง่การใช้ทรัพยากร การบริหารการบิน และการจราจร นอกจากนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือ 12 สายการบิน ที่ยังไม่ได้ไม่ได้ใบอนุญาตใหม่(recertification)ตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) โดยต้องหยุดบินระหว่างประเทศในเดือนกันยายน 2560-31 มกราคม 2561

นายอาคม กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้อำนาจสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) สั่งห้าม 12 สายการบิน ซึ่งยังไม่ได้รับใบอนุญาตใหม่ ทำการบินระหว่างประเทศ แต่ให้บินในประเทศได้นั้นว่า เป็นการดำเนินการเพื่อมองผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ให้สามารถปลดธงแดง ตามมาตรฐานของICAOได้ ประกอบกับเพื่อให้ กพท.มีอำนาจหน้าที่ในการสั่งห้ามบินได้ในกรณีที่ยังได้รับใบอนุญาตใหม่ เพราะมีข้อกฎหมายบางส่วนไม่ครอบคลุมอำนาจหน้าที่ตรงนี้ กล่าวคือ กพท.มีอำนาจสั่งห้ามบินหรือถอนใบอนุญาตหากสายการบินมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย แต่กรณีนี้ไม่ได้มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย เป็นเพียงการทำใบอนุญาตการเดินอากาศใหม่ที่ยังทำไม่เสร็จเท่านั้น จึงต้องห้ามบินระหว่างประเทศไปก่อน หากสายการบินไหนได้ใบอนุญาตนี้ก่อนกันยายนปีนี้-มกราคมปีหน้า ก็สามารถบินระหว่างประเทศได้เลย ในส่วน ICAOที่จะเดินทางมาตรวจมาตรฐานการบินในประเทศ ในวันที่ 20-27 กันยายนนี้ มั่นใจกับผลการประเมิน เพราะดำเนินการแก้ปัญหาการบินมา 1 ปีแล้ว และมีบริษัทที่ปรึกษาจากต่างประเทศคอยให้คำแนะนำมาตลอด รวมทั้งทำดีที่สุดแล้ว มีความพร้อมทั้งเอกสาร สำนักงาน รวมทั้งเครื่องบิน

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าวว่า คาดว่า ICAOที่จะเดินทางมาตรวจมาตรฐานการบินในประเทศจะทราบผลการตรวจสอบอย่างไม่เป็นทางการในวันที่ 27 กันยายนนี้ และคาดอีก 1 เดือนจากนั้น จะทราบผลอย่างเป็นทางการ ขณะนี้มี 9 สายการบินได้ใบอนุญาตใหม่แล้ว ส่วน 12 สายการบินที่ยังไม่ได้ใบอนุญาตใหม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการให้ได้ใบอนุญาตครบทั้งหมด และมีมาตรฐานตาม ICAO ภายในสิ้นปีนี้ โดยคาดว่าในเดือนตุลาคมนี้จะได้ใบอนุญาตเพิ่มอีก 3-4 ราย เช่น สายการบินของบริษัท ไทยเวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต๊อค จำกัด บริษัท โอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์ จำกัด และ บริษัท เค-ไมล์ แอร์ จำกัด เป็นต้น ส่วนเดือนพฤศจิกายนนี้ จะเป็นสายการบินของบริษัท เอเชีย แอทแลนติก แอร์ไลน์ จำกัด ดังนั้นจะสามารถออกใบอนุญาตได้ครบทั้ง21 สายการบินเร็วกว่าเป้าหมายเดิมที่คาดไว้สิ้นเดือนมกราคมปีหน้า

นายจุฬา กล่าวว่า คาดว่าภายใน 2 เดือนจากนี้ กพท.จะเสนอร่างนโยบายห้วงอากาศแห่งชาติให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบได้ ซึ่งจะทำให้สายการบินเชิงพาณิชย์มีพื้นที่ในการทำการบินได้มากขึ้นเบื้องต้นอาจจะขอแบ่งห้วงอากาศที่ฝ่ายความมั่นคงใช้ในการฝึกบินมาทำการบินเชิงพาณิชย์แทนซึ่งจะเป็นพื้นที่บริเวณจังหวัดนครราชสีมา ลพบุรีเป็นต้น

นายจุฬา กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการช่วย 12 สายการบิน ที่ยังไม่ได้บินระหว่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนปีนี้-31 มกราคมปีหน้า กรมท่าอากาศยาน(ทย.)จะให้ส่วนลดค่าจอดเครื่องบิน 50% ในสนามบินของ ทย. และไม่คิดอัตราก้าวหน้า นอกจากนี้ยังมีมาตรการจูงใจการเปิดเส้นทางบินใหม่ในเส้นทางภายในประเทศ(เส้นทางบินสายย่อย) ที่มีการใช้สนามบินย่อยในความดูแลของ ทย. ยกเว้นสนามบินกระบี่ สนามบินสุราษฎร์ธานี สนามบินอุบลราชธานี สนามบินขอนแก่นและสนามบินอุดรธานี ประกอบด้วย 1.การลดค่าขึ้นลงและค่าจอดของเครื่องบินในอัตรา 50-80% จากราคาเดิมเป็นเวลา 3 ปี 2.ลดค่าเช่าอาคารสำนักงานและออฟฟิศภายในสนามบินลง 50% เป็นเวลา 3 ปี ส่วนมาตรการจูงใจเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศ ใช้มาตรการเดียวกับข้อ 1. และ 2. รวมทั้งมีข้อ 3. ลดค่าบริการผู้โดยสารขาออกฯ จะให้ส่วนลดแก่ผู้โดยสา 50% เป็นเวลา 3 ปี การลดค่าบริการต่างๆ นี้จะช่วยให้สายการบินมีต้นทุนต่ำลง สามารถจัดโปรโมชั่นและบริการที่ดีแก่ลูกค้าเพิ่มขึ้นได้