บิ๊กตู่ใช้ม.44 ให้อำนาจ สนง.บินพลเรือน ห้ามสายการบินยังไม่ผ่านประเมิน บินในประเทศ

แฟ้มภาพ -

วันนี้ (๑๓ ก.ย.) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๐/๒๕๖๐ เรื่อง มาตรการรองรับเพื่อให้การดําเนินการเดินอากาศ เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ มีรายละเอียดระบุว่า ตามที่สํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้ยื่นขอรับการตรวจประเมินความก้าวหน้า
เกี่ยวกับการแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสําคัญต่อความปลอดภัย (Significant Safety Concern (SSC)) และการออกใบรับรองผู้ดําเนินการเดินอากาศใหม่ (Recertification of Air Operator Certificate (RE-AOC)) ต่อองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization (ICAO)) พร้อมทั้งได้แจ้งเงื่อนไขสําคัญว่า จะไม่อนุญาตให้ผู้ดําเนินการเดินอากาศที่ยังไม่ผ่านการตรวจประเมิน และออกใบรับรองผู้ดําเนินการเดินอากาศใหม่ ทําการบินระหว่างประเทศตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๐ ซึ่งองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศได้แจ้งต่อสํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยว่า คณะ ICAO Coordinated Validation Mission (ICVM) จะเข้าทําการตรวจประเมินความก้าวหน้าฯ ในระหว่างวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๐ ถึงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๐ และโดยเหตุที่ในปัจจุบัน ปรากฏว่ามีผู้ดําเนินการเดินอากาศจํานวนหนึ่งที่ยังไม่ผ่านการตรวจประเมินและได้รับใบรับรอง ผู้ดําเนินการเดินอากาศใหม่ (RE-AOC) จึงมีความจําเป็นที่ต้องให้อํานาจสํานักงานการบินพลเรือน แห่งประเทศไทยในการกําหนดข้อห้ามมิให้ผู้ดําเนินการเดินอากาศที่ยังไม่ผ่านการตรวจประเมินและ ออกใบรับรองผู้ดําเนินการเดินอากาศใหม่ทําการบินระหว่างประเทศในช่วงระยะเวลาหนึ่ง จนกว่า จะดําเนินการแล้วเสร็จ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขสําคัญที่สํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้แจ้งไว้ต่อองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศในการที่จะเข้ามาตรวจประเมิน ซึ่งผลของการตรวจประเมิน ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสิทธิการบินและการทําการบินของไทยอย่างมีนัยสําคัญ อันจะเป็นการลดทอน ความเชื่อมั่นและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในด้านการบินของประเทศได้

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ เพื่อให้การกํากับดูแลและควบคุมการดําเนินการเดินอากาศในระหว่างการตรวจประเมินเพื่อขอรับใบรับรองผู้ดําเนินการเดินอากาศใหม่ (Recertification of Air Operator Certificate(RE-AOC)) เป็นไปตามเงื่อนไขสําคัญที่สํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้แจ้งไว้ต่อองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ให้สํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยมีอํานาจกําหนดข้อห้ามมิให้ผู้ดําเนินการเดินอากาศที่ยังไม่ผ่านการตรวจประเมินและได้รับใบรับรองผู้ดําเนินการเดินอากาศใหม่ ทําการบินระหว่างประเทศ ในระหว่างวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ ถึงวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๑ การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อห้ามตามวรรคหนึ่ง เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ และให้นําบทกําหนดโทษตามมาตรา ๗๖ (๒) แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาใช้บังคับกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามดังกล่าว

ข้อ ๒ ให้สํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยดําเนินการตรวจประเมินและ ออกใบรับรองผู้ดําเนินการเดินอากาศใหม่ด้วยความรวดเร็วและเป็นไปตามมาตรฐานที่องค์การการบินพลเรือน ระหว่างประเทศกําหนด

ข้อ ๓ ในกรณีเห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ แก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้
ข้อ ๔ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๑๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ