บิ๊กป้อม ยกคณะถก รมว.กลาโหมอังกฤษ หารือความสัมพันธ์ทหาร-การฝึกรบ

บิ๊กป้อม” ยกคณะเยือน รมว.กลาโหมอังกฤษ บรรลุข้อตกลงฝึกร่วม “Panther Gold” ย้ำกับ รมช.ต่างประเทศ เมืองผู้ดี ไทยเดินตามโรดแมป เคารพหลักสิทธิมนุษยชน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงถึงผลการเยือนสหราชอาณาจักร ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ ระหว่าง 12 – 15 กันยายน ว่า ทางเซอร์ ไมเคิล ฟอลลอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สหราชอาณาจักร ได้หารือถึงความสัมพันธ์และการขยายความร่วมมือด้านการทหารและการป้องกันประเทศร่วมกัน โดยเฉพาะด้านการฝึก การศึกษา การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การปรับปรุงบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งกำลังบำรุง การปฏิบัติการเพื่อรักษาสันติภาพ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดย รมว.กลาโหมสหราชอาณาจักร ได้กล่าวชื่นชมไทย ที่จัดกำลังเข้าร่วมรักษาสันติภาพภายใต้กรอบสหประชาชาติ ที่สาธารณรัฐเซาท์ซูดาน และขอบคุณที่สนับสนุนให้มีการฝึกผสมร่วมกันระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมกัน ภายใต้รหัสการฝึก Panther Gold ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่าง 30 ตุลาคม ถึง 1 ธันวาคม 2560 ณ จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมทั้งยินดีให้ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่เป็นประโยชน์กับทั้งสองประเทศ

พล.ต.คงชีพกล่าวต่อว่า ทาง พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวแสดงความขอบคุณในภาพรวม และกล่าวเพิ่มเติมถึง การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นประโยชน์เพื่อประชาชนและการวางรากฐานของประเทศ รวมทั้งพัฒนาการทางการเมืองของไทย เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขตามโรดแมปที่กำหนด พร้อมย้ำว่า ไทยพร้อมให้การสนับสนุนขยายความร่วมมือระหว่างกันในทุกด้าน เพื่อยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองประเทศที่มีมายาวนาน ทั้งยังได้พบกับ นายมาร์ค ฟีลด์ รัฐมนตรีช่วยว่าการต่างประเทศด้านเอเชียและแปซิฟิกและคณะ ณ ห้องรับรอง อาคารสำนักงานรัฐสภา ( Parliament House ) ณ พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ทั้งสองฝ่ายได้หารือแลกเปลี่ยนมุมมองสถานการณ์ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศและจุดยืนเกี่ยวกับความท้าทายด้านความมั่นคงต่างๆ โดยสหราชอาณาจักรให้ความสนใจ สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก การต่อต้านการก่อการร้าย การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในเมียนมา การต่อต้านการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าผิดกฎหมาย ซึ่งนำไปสู่อาชญากรรมด้านอื่นๆ ทั้งการค้ามนุษย์และการฟอกเงิน เป็นต้น

“ขณะเดียวกัน ก็ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมกับอาเซียนในด้านต่างๆ มากขึ้น โดยตระหนักถึงบทบาทความสำคัญของประเทศไทยในภูมิภาค และต้องการเพิ่มพูนความร่วมมือด้านต่างๆ กับไทย ทั้งด้านการค้าการลงทุน และการป้องกันประเทศ โดยพล.อ.ประวิตร ได้กล่าวย้ำถึง การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในภาพรวม ที่พยายามดูแลรักษาความสงบของประเทศ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเท่าเทียมกัน โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และตระหนักถึงการให้อิสระแก่ประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและการมีส่วนร่วม เพื่อกำหนดแนวทางการสร้างความสามัคคีปรองดอง การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศร่วมกัน” โฆษกกลาโหม กล่าว