นายกฯนำคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่ สุพรรณ-อยุธยา 18-19 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีกำหนดประชุมครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 19 กันยายน พร้อมลงพื้นที่ทั้งจ.สุพรรณบุรีและจ.พระนครศรีอยุธยาเพื่อพบปะประชาชนและติดตามผลการดำเนินงานของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดต่างๆ ในพื้นที่ภาคกลาง

พ.อ.หญิงทักษดากล่าวต่อว่า สำหรับการประชุมครม.ในจ.พระนครศรีอยุธยามีวาระพิจารณาแผนการดำเนินการตามยุทธศาสตร์และทิศทางการพัฒนาภาคกลาง เพื่อเร่งรัดโครงการต่างๆ ให้บรรลุเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ในรอบเวลาที่กำหนดคือพัฒนาภาคกลางสู่มหานครทันสมัยและเป็นฐานการเชื่อมโยงประเทศไทยสู่เส้นทางขนส่งสองฝั่งทะเล โดยมียุทธศาสตร์การพัฒนาประกอบไปด้วย 1. พัฒนากรุงเทพฯ เป็นมหานครทันสมัยระดับโลกควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเมือง 2. พัฒนาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติและสร้างความเชื่อมโยงเพื่อกระจายการท่องเที่ยวทั่วทั้งภาค 3. ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมโดยใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน 4. บริหารจัดการน้ำและทรัพยากรธรรมชาติเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และคงความสมดุลของระบบนิเวศอย่างยั่งยืน 5. เปิดประตูการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย – ภาคกลาง – ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก และ 6. พัฒนาความเชื่อมโยงเศรษฐกิจและสังคมกับทุกภาคเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและลดความเหลื่อมล้ำภายในประเทศ

“นายกฯจะได้ติดตามประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และทิศทางการพัฒนาของภาคกลาง พร้อมทั้งโครงการตามแผนบูรณาการการส่งเสริมความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะโครงการสำคัญขนาดใหญ่ในพื้นที่ด้วย

สำหรับประชุมครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา มีกำหนดการดังนี้ในวันที่ 18 กันยายน เวลาประมาณ 07.00 น. นายกฯเดินทางจากสนามเฮลิคอปเตอร์ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) เขตพญาไท ไปยังจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ ศาลากลางจ.สุพรรณบุรี จากนั้น นายกฯเดินทางไปสักการะหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลย์วรวิหาร และพบปะประชาชน พร้อมตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลอง จากนั้นนายกฯเดินทางต่อไปยังโรงเรียนเกษตรกรชาวนา สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง เพื่อเยี่ยมชมผลการดำเนินงานของโรงเรียนเกษตรกรชาวนาจ.สุพรรณบุรี ข้าวนาแปลงใหญ่ ศูนย์เรียนรู้เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร และโครงการ 9101 ซึ่งนายกฯจะร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับนักเรียนชาวนาและชาวสุพรรณบุรี ที่โรงเรียนเกษตรชาวนาจ.สุพรรณบุรี ช่วงบ่ายนายกฯเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์จากศาลากลางจ.สุพรรณบุรี ไปยังจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ สำนักงานเทศบาลต.สามกอ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา และเดินทางต่อไปยังหมู่ที่ 1 ต.บ้านแพน อ.เสนา เพื่อตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการทุ่งรับน้ำโครงการเปิดน้ำเข้านา – ปล่อยปลาเข้าทุ่ง และเปิดประตูระบายน้ำบ้านแพนเข้านา พร้อมรับฟังบรรยายสรุปโครงการทำนาเหลื่อมปีและโครงการขุดดินแลกน้ำ และพบปะประชาชนที่มาให้การต้อนรับ จากนั้นเวลาประมาณ 16.30 น. ที่โรงแรมคลาสสิค คามิโอ อ.พระนครศรีอยุธยานายกฯจะประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคกลาง ผู้แทนภาคเอกชน และผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อมอบนโยบาย รับฟังการนำเสนอทิศทางการพัฒนาภาคกลาง และรับฟังโครงการสำคัญที่ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์”พ.อ.หญิงทักษดากล่าว

พ.อ.หญิงทักษดากล่าวว่า ในวันที่ 19 กันยายน เวลาประมาณ 07.00 น. นายกฯ ครม. และชาวอยุธยาร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป ที่บริเวณหน้าวัดมหาธาตุ พร้อมเยี่ยมชมตลาดกรุงศรี และนั่งรถรางเยี่ยมชมมรดกโลก บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จากนั้น เวลา 09.00 น. โดยประมาณนายกฯเป็นประธานประชุมครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2560 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา

ช่วงบ่าย เวลาประมาณ 13.30 น. ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา นายกฯมีกำหนดการพบปะประชาชน ต่อจากนั้น นายกฯเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา และเวลาประมาณ 17.10 น. นายกฯออกเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร จากจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ สนามกีฬาจ.พระนครศรีอยุธยา ไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ พล.ม 2 รอ. เขตพญาไท กรุงเทพฯ