คาดบาทสัปดาห์นี้อ่อนเล็กน้อย จับตาแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักวิเคราะห์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ (9-13 ตุลาคม) จะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.25-33.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยดอลลาร์สหรัฐจะแกว่งตัวกว้าง แม้ภาพการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ในช่วงปลายปีนี้ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชัดเจน ซึ่งวันที่ 11 ตุลาคมนี้ เฟดจะเผยแพร่รายงานการประชุมครั้งล่าสุด เชื่อว่าจะมีการยืนยันว่าดอกเบี้ยสหรัฐอยู่ในขาขึ้นและจะมีการให้ข้อมูลขั้นตอนการลดงบดุล อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความกังวลต่อดอลลาร์สหรัฐ ผลจากนโยบายภาษีของสหรัฐ การแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่ รวมทั้งโอกาสในการเกิดสงครามทั้งตะวันออกกลางและคาบสมุทรเกาหลี ส่งผลให้นักลงทุนยังลังเลที่จะเคลื่อนย้ายเงินออกจากตลาดเอเชีย

ด้านกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา รายงานว่า ทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 33.25-33.55 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังจากแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 เดือนที่ 33.45 บาทต่อดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางแรงซื้อดอลลาร์สหรัฐอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 2 พันล้านบาท แต่ขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 4.8 พันล้านบาท เงินดอลลาร์สหรัฐยังคงแข็งค่าเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งซึ่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเพิ่มสูงขึ้น และดัชนีหุ้นสหรัฐแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่สัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าสะท้อนว่ามีโอกาสเกิน 80% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมนี้

“อัตราการว่างงานของสหรัฐที่แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 16 ปี และการเติบโตเกินคาดของค่าจ้าง สนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะเดินหน้าปรับสมดุลนโยบายการเงินต่อไป โดยในสัปดาห์นี้ ตลาดจะจับตาตัวเลขเงินเฟ้อและยอดค้าปลีกของสหรัฐ รวมถึงการเสนอชื่อประธานเฟดคนใหม่ เพื่อประเมินทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในระยะต่อไป ขณะที่ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลียังเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังเช่นกัน ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าการดำเนินนโยบายการเงินของไทยต้องพิจารณาภายใต้มิติสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ เสถียรภาพของราคาที่จะไม่สร้างแรงกดดันเงินเฟ้อให้สูงจนมีผลต่อเศรษฐกิจ การเติบโตของเศรษฐกิจมหภาค รวมถึงเสถียรภาพด้านการเงิน ซึ่งจากท่าทีล่าสุด มองว่าดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะทรงตัวที่ 1.50% ไปจนถึงกลางปี 2561” กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุ