ชัดเจนมากขึ้น โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

หุ้นขึ้นรับข่าวนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศกำหนดเวลาเลือกตั้งเมื่อบ่ายวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา

คำแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า คสช.ที่ประชุมในวันเดียวกันนี้ ได้รับทราบการประกาศใช้ พ.ร.ป.พรรคการเมืองแล้ว จะพิจารณาห้วงเวลาในการทำกิจกรรมทางการเมืองที่เหมาะสม ผ่อนคลายในสิ่งที่จำเป็น ให้เป็นไปตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองต่อไป

“ผมไม่ต้องการที่จะหน่วงเวลาอะไรไว้ทั้งสิ้น ขอยืนยันตรงนี้ เดือนตุลาคมนี้เป็นช่วงที่คนไทยทุกคนอยู่ในช่วงเวลาโศกเศร้าอาลัย ขอให้ทุกอย่างอยู่บนสถานการณ์แห่งความสงบ และตรงนี้พูดได้ว่า ประมาณเดือนมิถุนายน 2561 จะมีการประกาศวันเลือกตั้ง และประมาณเดือนพฤศจิกายน 2561 จะมีการเลือกตั้ง วันนี้ก็มีความชัดเจนขึ้น ขอให้ทุกคน นักการเมือง พรรคการเมือง ขอให้อยู่ในความสงบ ซึ่งก็จะมีผลต่อการพิจารณามาตรการในการผ่อนคลายต่างๆ ด้วย” นายกฯกล่าว

ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์เพิ่งนำคณะไปพบปะหารือกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่สหรัฐอเมริกา และแจ้งสหรัฐว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2561 หรือ 2018

แต่ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อไทย มีการสื่อสารไม่ตรงกันจนถกเถียงกันวุ่นวายว่า คำว่า “ประกาศวันเลือกตั้ง” กับ “เลือกตั้ง” เป็นเรื่องเดียวกันหรือเปล่า

ข่าวการระบุกำหนดเวลาอย่างชัดเจน จึงเป็นข่าวดีอีกข่าวในระยะนี้

การเลือกตั้งอาจจะเป็นข่าวร้ายสำหรับคนบางกลุ่มที่เชื่อว่าการเลือกตั้งเป็นที่มาของความชั่วร้าย เป็นโอกาสให้นักการเมืองเข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์เมื่อได้รับเลือกตั้งเข้ามา

บางกลุ่มได้ประโยชน์จากการเมืองที่ใช้ระบบอวยกันเอง เลือกกันเอง โดยเชื่อว่า คนดีๆจะไม่ลงมาเกลือกกลั้วการเมือง แต่จะนั่งๆ นอนๆ อยู่บ้าน รอการ์ดเชิญให้ไปทำประโยชน์แก่ประเทศชาติ

ถ้าการ์ดเชิญมาไม่ทันใจ อาจจะไปเสนอตัว หรือให้พรรคพวกช่วยฝากฝัง

คนกลุ่มนี้ถ้านิยมชมชอบการเลือกตั้งก็เป็นเรื่องแปลก

แต่ถ้าเชื่อว่าบ้านเมืองจะเดินไปด้วยดีต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม การเลือกตั้งก็คือกลไกที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับกิจการบ้านเมืองนั่นเอง

แน่นอนว่าการเลือกตั้งไม่ใช่แก้วสารพัดนึก หย่อนบัตรกันแล้วประเทศจะก้าวหน้าก้าวไกลกันเห็นๆ ประชาชนลืมตาอ้าปากทันที นักการเมือง ข้าราชการจะเลิกโกง คงไม่ใช่

แต่การเลือกตั้ง จะทำให้เกิดกระบวนการของการเมืองที่ถ่วงดุล คานอำนาจกัน มีรัฐบาล มีฝ่ายค้าน ประชาชนใช้เสรีภาพวิพากษ์วิจารณ์ติติงได้ มีหน่วยงานตรวจสอบผู้ใช้อำนาจรัฐ

อำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ทั้ง นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ จะทำงานในขอบเขตหน้าที่ของตัวเอง

การเมืองที่จะเกิดขึ้นหลังพฤศจิกายน 2561 จะเป็นผลิตผลของการปฏิรูป “เบื้องต้น” ที่ผ่านมา 3 ปี

ส่วนจะเป็นการเมืองแบบไหน อยู่ในมาตรฐานสากลหรือไม่

ขึ้นกับการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นสำคัญ

………………

วรศักดิ์ ประยูรศุข