พระเทพฯ เสด็จฯ ทอดพระเนตรพระเมรุมาศ ‘บิ๊กเจี๊ยบ’ เผยซ้อมยกฉัตร 9 ชั้น-อัญเชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานบนพระจิตกาธานสัปดาห์หน้า

 

เมื่อเวลา 07.14 น.วันที่ 13 ตุลาคม ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปยังท้องสนามหลวง เพื่อทอดพระเนตรความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ และสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศฯ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายอารักษ์ สังหิตกุล อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะทีมวิศวกรที่ปรึกษาวิศวกรรมด้านโครงสร้างพระเมรุมาศ และท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ประจำสำนักพระราชวัง พิเศษ 10 เฝ้าฯ รับเสด็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งทรงธรรม ทรงรับฟังการถวายรายงานการดำเนินงานการจัดสร้างพระเมรุมาศ จากอธิบดีกรมศิลปากร ก่อนเสด็จฯ ทอดพระเนตรสระอโนดาต ระบบไอน้ำ ระบบไฟฟ้าในสระอโนดาต จากนั้นเสด็จฯ ทอดพระเนตรงานประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศ ได้แก่ บันไดนาค 3 เศียร บันไดนาค 5 เศียร เทพชุมนุมฐานไพทีนั่งราบ แล้วจึงเสด็จฯ ทอดพระเนตรจิตรกรรมฉากบังเพลิง และการจัดสร้างพระจิตกาธาน จากนั้น เสด็จฯ ลงจากพระเมรุมาศฝั่งทิศใต้ ก่อนเสด็จฯ ไปยังศาลาลูกขุนเพื่อรับฟังรายงาน เสด็จฯ ทอดพระเนตรงานภูมิสถาปัตยกรรม การประดับไม้ดอกไม้ประดับภายในมณฑลพิธี แล้วจึงเสด็จฯ ไปยังแปลงนา คันนาเลขเก้าไทย ฝายแม้ว กังหันชัยพัฒนา หญ้าแฝก บริเวณทางเข้าพระเมรุมาศฝั่งทิศเหนือ ก่อนเสด็จฯ กลับในเวลา 09.07 น.รวมเวลาในการเสด็จฯ ทอดพระเนตรความคืบหน้ากว่า 2 ชั่วโมง

พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ภาพรวมงานก่อสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบ ขณะนี้คืบหน้า 99.5% จะติดตั้งพระวิสูตร หรือผ้าม่าน บุษบกองค์ประธาน วันที่ 17 ตุลาคม การจัดสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบ จะเสร็จสมบูรณ์ภายหลังสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศในวันที่ 18 ตุลาคม ฤกษ์มงคลระหว่างเวลา 17.19-21.30 น.อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังคงนั่งร้านบุษบกองค์ประธานคงไว้บางส่วนเพื่ออำนวยความสะดวกในการยกฉัตรยอดพระเมรุมาศ โดยกรมศิลปากร กำหนดซักซ้อมการยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศอีกครั้งในวันที่ 17 ตุลาคม เวลา 18.00 น.และซ้อมช่วงที่สองในช่วงค่ำ เพื่อเตรียมความพร้อมหากวันจริงมีการยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรในเวลากลางคืน จะได้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในวันดังกล่าวฉัตรที่ใช้ซ้อมจะมี 9 ชั้น และน้ำหนักเท่าฉัตรจริงเพื่อทดสอบการต้านลม จะมีการล็อคน้ำหนักของรอกเพื่อใช้ในการยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร
พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนการซ้อมอัญเชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานบนพระจิตกาธาน กรมศิลปากร และสำนักพระราชวัง กำหนดซ้อมย่อยวันที่ 19 ตุลาคม ขณะที่การซ้อมริ้วขบวนที่ 3 ราชรถปืนใหญ่อัญเชิญพระบรมโกศเวียนอุตราวัฎรอบพระเมรุมาศนั้น เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พื้นลานพระราชพิธีมีความมั่นคง และแข็งแรงสามารถรับน้ำหนักได้


“สำหรับงานภูมิสถาปัตยกรรม จะประดับตกแต่งต้นไม้จริงทั้งหมดแล้ว ภาพรวมความงามของต้นไม้มีความพร้อมแล้วกว่า 65% เมื่อถึงช่วงพระราชพิธีจะสมบูรณ์ ระหว่างนี้หากพบต้นไม้ไม่แข็งแรงจะเปลี่ยนให้เรียบร้อย ส่วนสระอโนดาตขณะนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ในช่วงใกล้วันพระราชพิธีจะนำประติมากรรมปลามาติดตั้งเพิ่มเติมเพื่อความสวยงาม สาเหตุที่ยังไม่ได้นำมาติดตั้งขณะนี้ เพื่อถนอมสีของชิ้นงานไว้ก่อน เพราะจะต้องแช่ในน้ำอาจจะทำให้สีซีดได้ นอกจากนี้ ผมยังให้แนวทางกรมศิลปากรเพิ่มแสงไฟส่องสว่างให้กับสัตว์หิมพานต์ เพื่อให้สามารถเห็นเผ่าพงศ์สัตว์ตระกูลสิงห์ ม้า โค ช้าง แต่ละชนิดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึง ได้ให้แนวทางในการติดตั้งกังหันชัยพัฒนาเพิ่มอีก 1 ตัว จากเดิม 2 ตัว และมีเครื่องกลเติมอากาศ ส่วนแปลงนาข้าวที่ปลูกแต่ละระยะมีความงดงาม ขณะที่ระยะออกรวงจะชูรวงสีทองในช่วงพระราชพิธี ส่วนผักสวนครัวริมรั้วไม้ไผ่ได้ลงปลูก และดูแลให้เติบโตออกผลผลิตตามที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ ได้ประสานงานกับกรุงเทพมหานครเพื่อให้ระบบระบายน้ำภายนอกมณฑลพิธี และภายในมณฑลพิธีมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ท่วมขัง” พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว