จาการ์ตาเร่งปรับสภาพอากาศรับเอเชี่ยนเกมส์ มั่นใจสนามเสร็จทัน

ยูซุฟ คัลลา รองประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า จากการที่ได้ไปตรวจความคืบหน้าในการสร้างและปรับปรุงสนามกีฬาต่างๆ ในศูนย์กีฬาเกลอร่า บัง การ์โน่ กรุงจาการ์ตา ซึ่งมีทั้งสนามฟุตบอล, ฮอกกี้, เบสบอล, ยิงธนู รวมทั้งได้พูดคุยกับผู้บริหารสหพันธ์กีฬาต่างๆ ของประเทศ ซึ่งยืนยันได้ว่าไม่มีความน่าเป็นห่วงใดๆ ทั้งในเรื่องของสนามแข่งขันและเหรียญรางวัลของทัพนักกีฬาเจ้าภาพ โดยเฉพาะเป้าหมายที่ต้องติดท็อป 10 ของตารางเหรียญในเอเชี่่ยนเกมส์หนนี้ให้ได้

ขณะที่หนังสือพิมพ์สิงคโปร์ สเตรท ไทม์ส รายงานว่า เหลือเวลาเพียง 10 เดือนก่อนที่เอเชี่ยนเกมส์จะเปิดฉาก แต่ดัชนีคุณภาพอากาศของเมืองเจ้าภาพยังอยู่ที่ระดับ 51-100 ถึงแม้จะเป็นระดับที่ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ แต่ถ้าสามารถปรับให้เป็นระดับ 0-50 จะเป็นผลดีต่อการแข่งขันครั้งนี้มากกว่า โดยเฉพาะการทำผลงานที่ดีในด้านสถิติของนักกีฬา

สำหรับวิธีการปรับสภาพอากาศให้ดีขึ้นนั้น ได้มีนโยบายลดการใช้รถส่วนตัว เช่นเดียวกับที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เคยทำก่อนเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์ 2008 ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล(ไอโอซี) และนักกีฬาจากทั่วโลกอย่างมาก นอกจากนั้นยังมีการสร้างรถไฟฟ้า เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทางของประชาชน ส่วนในช่วงแข่งขันที่คาดว่าจะเจอปัญหารถติดอย่างหนัก ทำให้นักกีฬาและเจ้าหน้าที่จะได้รับผลกระทบเรื่องเวลาในการเดินทาง รัฐบาลอาจจะมีคำสั่งให้ช่วงแข่งขันระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม – 2 กันยายน 2561 เป็นช่วงวันหยุดของสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อลดความหาแน่นของการจราจรในอีกทางหนึ่ง

สำหรับผลงานของอินโดนีเซียในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่เมืองอินชอน ประเทสเกาหลีใต้ คว้ามาได้ 4 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน 11 เหรียญทองแดง เป็นอันดับที่ 17 ของเอเชีย ส่วนนักกีฬาไทยทำได้ 12 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน 28 เหรียญทองแดง เป็นอันดับที่ 6 ของเอเชีย