มจพ.เซ็นเอ็มโอยูแลกเปลี่ยนความรู้กับมหาวิทยาลัยจีน หวังตั้ง ‘สถาบันรฟฟ.ความเร็วสูง’ 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) จัดพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยเซ็นทรัล เซาธ์ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีนายสุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดีมจพ. และนายเชน ชุนยัง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเซ็นทรัล เซาธ์ ร่วมลงนามความร่วมมือฯ เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตร งานวิจัย แลกเปลี่ยนบุคลากร และร่วมประชุมวิชาการนานาชาติทางด้านเทคโนโลยีสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบราง ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารสำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มจพ. โดยได้รับเกียรติจาก นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานสภาวัฒนธรรมไทย – จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและคณาจารย์จากทั้งสองมหาวิทยาลัยเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความร่วมมือฯ ในครั้งนี้

สืบเนื่องจากประเทศจีนมีโครงการลงทุนสร้างและพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย ทั้ง มพจ. และมหาวิทยาลัยเซ็นทรัล เซาธ์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของความร่วมมือทางวิชาการทางด้านอุตสาหกรรมระบบรางโดย จึงเกิดเป็นความร่วมมือฯ ในครั้งนี้ โดยในระยะแรกจะมุ่งเน้นไปที่การฝึกการพัฒนาหลักสูตรเพื่อพัฒนาบุคลากรนักศึกษาในโครงการ 2+2 กล่าวคือ หลักสูตรการศึกษาเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงที่เรียนที่ มจพ. 2 ปี และไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเซ็นทรัล เซาธ์ อีก 2 ปี รวมถึงแผนเปิดหลักสูตรอบรมระยะสั้น และมุ่งหวังก่อตั้งสถาบันรถไฟความเร็วสูงระหว่างสองมหาวิทยาลัย เพื่อป้อนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านรถไฟความเร็วสูงเข้าไปในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร็วที่สุด อีกทั้งยังมุ่งเน้นในการพัฒนาการวิจัยและการบริการวิชาการร่วมกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

นายพินิจ กล่าวว่า ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไทย – จีน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันกันมายาวนาน เปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกัน และความร่วมมือในครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 4.0 ของประเทศไทย และโครงการ “One Belt, One Road” หรือ “อีไต้อีลู่” ของประเทศจีน เนื่องด้วยประเทศจีนมีระบบรถไฟความเร็วสูงที่ก้าวหน้ามาก อีกทั้งมหาวิทยาลัยเซ็นทรัล เซาธ์ ยังเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในด้านรถไฟฟ้าความเร็วสูงอันดับหนึ่งของประเทศจีน การได้รับความร่วมมือในครั้งนี้จะส่งดีต่อความสัมพันธ์ไทย – จีน และส่งผลสะเทือนต่อเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงต่ออาเซียนเป็นอย่างมาก

นายเชน กล่าวว่า มหาวิทยาลัยของเซ็นทรัล เซาธ์ เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ มีนักศึกษา 56,000 คน มีอาจารย์กว่า 6,000 คน และศาสตราจารย์ระดับชาติ 15 คน รวมถึงมีห้องแล็บระดับชาติทางด้านรถไฟความเร็วสูง ซึ่งในปัจจุบันเราอยากร่วมมือกับระดับนานาชาติ โดยเลือกที่จะเริ่มต้นกับ มจพ. ในเรื่องรถไฟความเร็วสูง อยากแลกเปลี่ยนทั้งความรู้ บุคลากร และจะผลักดันโครงการ 2+2 ภายในเดือนสิงหาคมปีหน้า อีกทั้งยังอยากร่วมตั้งสถาบันรถไฟความเร็วสูงระหว่างมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่ง และมุ่งไปสู่ความร่วมมือระดับอาเซียนด้วย

นายสุชาติ กล่าวว่า ทาง มจพ. ได้รับภารกิจจากรัฐบาลให้พัฒนาบุคลากรไปสู่โครงการรถไฟความเร็วสูงในอนาคต ซึ่งเราได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอย่างเซ็นทรัล เซาธ์ ในการสร้างโอกาสที่ดีแก่นักศึกษา แต่เรามองว่าในโครงการ 2+2 ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าเป็นปีแรกนั้น มจพ. จะเปิดรับนักศึกษาเพียง 200 คน ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อโครงการรถไฟความเร็วสูงที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ จึงได้เปิดหลักสูตรอบรมระยะสั้นด้วยซึ่งใช้เวลาเพียง 2-3 เดือน เพื่อเพิ่มเติมความรู้แก่บัณฑิตจบใหม่ หรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้ได้รับความรู้เพิ่มเติมทางด้านอุตสาหกรรมระบบราง ซึ่งตรงนี้ก็จะช่วยเพิ่มบุคลากรได้พอสมควร อย่างไรก็ตาม เราได้รับเทคโนโลยีจากเจ้าของประเทศมาวางรากฐานพัฒนาร่วมกัน ต่อไปเราจะพัฒนาในเรื่องของหลักสูตรอบรมวิศวกรรมการซ่อมบำรุง การพัฒนาเฉพาะทางบางอย่าง โดยส่งเสริมให้โครงการรถไฟความเร็วสูงมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต

นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากให้ความมั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ ด้วยศักยภาพของมหาวิทยาลัยเซ็นทรัล เซาธ์ และด้วยศักยภาพของ มจพ. ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ที่มีความพร้อมผู้เชี่ยวชาญทางด้านระบบรางที่ผลิตงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งวัสดุอุปกรณ์และองค์ความรู้ด้านระบบขนส่ง รวมถึงห้องแล็บที่พร้อมใช้งาน เราพร้อมดำเนินการและให้ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องเต็มรูปแบบ

“ด้วยทาง มจพ. จะครบรอบ 60 ปี ในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นโอกาสดีที่มหาวิทยาลัยได้ก้าวไปข้างหน้าอีกขึ้นหนึ่ง มพจ. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในปีที่ 60 ของมหาวิทยาลัย จะเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ของทั้งทาง มจพ. และมหาวิทยาลัยเซ็นทรัล เซาธ์” นายสุชาติ กล่าวทิ้งท้าย