สร้างภูมิ ‘มะเร็งปากมดลูก’ วัยรุ่น

จากสถิติแล้ว มะเร็งปากมดลูกคร่าชีวิตหญิงไทยมากเป็นอันดับ 2 ทั้งที่มะเร็งชนิดนี้ป้องกันได้

โรงพยาบาลแก้งคร้อและมูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชนจึงได้จัดการบรรยายพิเศษทางวิชาการความร่วมมือภาคีสุขภาพด้านการป้องกันโรค สร้างภูมิเสริมรักษ์ ให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน รวมถึงดำเนินการฉีดวัคซีนเอชพีวี ป้องกันมะเร็งปากมดลูกให้กับเด็กหญิงไทย

นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ ประธานมูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน ให้ความรู้ว่า มะเร็งปากมดลูกติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งผู้หญิงอาจจะไม่รู้ตัวว่าได้รับเชื้อมาแล้ว แต่เรื่องนี้ป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีนเอชพีวี ที่เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9-15 ปี หรือชั้นประถมปีที่ 5 ซึ่งถือเป็นวัยที่เหมาะสมที่สุด เพราะยังไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเพศมากนัก หากมีเพศสัมพันธ์ขณะที่อายุยังน้อย โอกาสเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกจะยิ่งมากขึ้น แม้จะฉีดให้กับเด็กหญิงอายุ 10 ปีในวันนี้ แต่ประโยชน์จะเกิดขึ้นในอีก 20-30 ปีข้างหน้าแน่นอน

ด้าน นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาการเด็กและครอบครัว เผยว่า เชื้อมะเร็งปากมดลูกมีหลายสายพันธุ์ ที่รุนแรงมากและพบบ่อยมากที่สุดคือ Type 16, Type 18 ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถผลิตวัคซีนป้องกันทุกสายพันธุ์ ทำให้ต้องสอนบุตร-หลานให้รู้จักรักษาความสะอาด ดูแลสุขภาวะทางเพศ ต้องสร้างภูมิคุ้มกันด้านจิตใจและสังคมให้กับเด็ก ต้องพัฒนาทักษะชีวิต บวกกับจิตสำนึกของตนเอง และจิตสำนึกในการอยู่ร่วมในบ้าน ให้มีกลไกป้องกันที่ดี


สร้างภูมิคุ้มกันลูก

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี
นพ.มานิต ธีระตันติกา