ศาลฎีกาเลือกองค์คณะพิจารณา ฟื้นคดี’ทักษิณ’แปลงสัมปทานมือถือเป็นภาษีสรรพสามิต เพิ่มอีก6คน

เมื่อวันที่ 7ธันวาคม ที่ศาลฎีกา ถนนเเจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6ธันวาคม ที่ผ่านมาในการประชุมใหญ่ศาลฎีกา นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เรียกประชุมผู้พิพากษาศาลฎีกาจำนวน176คน โดยในการประชุมในวันดังกล่าวนอกจากจะมีวาระเพื่อลงมติเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็น กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีก1คนที่เหลือเเล้ว ในที่ประชุมใหญ่ยังมีวาระเพื่อคัดเลือกองค์คณะผู้พิพากษา ให้ครบ 9 คน เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีหมายเลขดำ อม.9/2551 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีทุจริตออกกฎหมายแปลงสัมปทานโทรคมนาคมและมือถือเป็นภาษีสรรพสามิต ที่อยู่ระหว่างจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวเนื่องจากไม่มีตัวจำเลย ที่ นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด ได้ลงนาม เมื่อวันที่ 21พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว พร้อมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งดำเนินกระบวนพิจารณา โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้านายทักษิณ จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (วิ อม.)มาตรา28 ,69,70 ที่มีการเเก้ไขใหม่

โดยการประชุมใช้วิธีลงคะแนนลับ จากผลการนับคะแนนปรากฏว่าผู้พิพากษาในศาลฎีกาที่ได้รับเลือกเป็นองค์คณะอีก6คนจากองค์คณะเดิมที่มีอยู่เเล้ว3คน ประกอบด้วย 1. นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ รองประธานศาลฎีกา 2.นายโสภณ โรจน์อนนท์ รองประธานศาลฎีกา 3.นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง รองประธานศาลฎีกา 4.นายวิชัย เอื้ออังคณากุล รองประธานศาลฎีกา 5.นางอุบลรัตน์ ลุยวิกกัย รองประธานศาลฎีกา 6.นายพิศล พิรุณ ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา

โดยหลังจากนี้ นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา จะติดประกาศรายชื่อองค์คณะผู้พิพากษาไว้ที่ศาลฎีกาภายใน 5 วันนับแต่วันประชุมใหญ่เพื่อให้คู่ความทราบ และเปิดโอกาสให้มีการคัดค้านผู้พิพากษาที่ได้รับเลือก การยื่นคัดค้านคู่ความสามารถยื่นได้ตั้งแต่วันที่มีการติดประกาศไปจนก่อนที่จะเริ่มมีการไต่สวนพยานในคดี


โดยขั้นตอนหลังจากนี้องค์คณะผู้พิพากษาที่ได้รับการคัดเลือกจะทำการเลือกผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน 1 คน โดยใช้วิธีลงคะแนนลับ หลังจากได้เจ้าของสำนวนเเล้วจากนั้นองค์คณะทั้ง9จะร่วมกันพิจารณาคำร้องของอัยการสูงสุดที่ขอให้ศาลมีการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีของนายทักษิณที่จำหน่ายคดีชั่วคราวตาม วิ อม.มาตรา28 ,69,70 ที่มีการเเก้ไขใหม่

หากองค์คณะทั้ง9มีการพิจารณาเเล้วเห็นอนุญาตให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อจากที่เคยมีคำสั่งจำหน่ายคดี จะมีการนัดพร้อมคู่ความ เเละดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีต่อจากขั้นตอนก่อนที่จะมีการจำหน่ายคดีไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงคะเเนนคัดเลือกองค์คณะเมื่อวันที่ 6ธันวาคมเป็นการคัดเลือกองค์คณะใหม่6คนเนื่องจากมีองค์คณะเดิมที่ทำหน้าที่อยู่เดิม3คน ส่วน คดี อม. 3/2555 ที่อัยการสูงสุดกล่าวหา นายทักษิณ ร่วมทุจริตการปล่อยกู้ ของธนาคารกรุงไทยฯ ให้กับกลุ่มกฤษดามหานครนั้น มีรายงานว่า จะมีการนำวาระเรื่องการคัดเลือกองค์คณะในคดีนี้ในที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาครั้งต่อไป เร็วๆนี้ โดยคดีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยนั้นยังมีองค์คณะเดิมที่ทำหน้าที่อยู่6คน โดยที่ประชุมใหญ่จะต้องทำการลงคะเเนนคัดเลือกองค์คณะอีก3คน เพื่อให้ครบ9คน