ป.ป.ส.ยัน ชายในคลิปบุกอู่ทำสี ไม่ใช่เจ้าพนักงานป.ป.ส. ประสานตำรวจตรวจสอบผู้แอบอ้างแล้ว

ป.ป.ส. ชี้แจงกรณีแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.

จากกรณีที่มีการโพสต์ภาพพร้อมคลิปวิดีโอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เหตุการณ์ที่มีชายฉกรรจ์ 3 คน แอบอ้างเป็น ป.ป.ส. ถือปืนและเดินเข้ามาที่อู่ทำสีรถของผู้เสียหาย โดยแจ้งว่าผู้เสียหายมีหมายจับคดีครอบครองยาเสพติด เสพยาและฟอกเงิน พร้อมใส่กุญแจมือ ก่อนจะปิดประตูร้าน โดยอ้างว่ามีหลักฐานและหมายค้น แต่ไม่แสดงต่อผู้เสียหาย (อ่านข่าว ผกก.สายไหมชี้คลิปบุกอู่ทำสี 2 ชายผิด 3 ข้อหา กำลังเช็คมาจากป.ป.ส.หรือไม่)

ข้อเท็จจริง กรณีดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ส. ตรวจสอบแล้ว ยืนยันว่า ไม่ใช่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในสังกัดของ สำนักงาน ป.ป.ส.

สำหรับการใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส ในการเข้าไปในเคหสถาน หรือสถานที่ใดๆ เพื่อตรวจค้นบุคคล ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นั้น จะต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519 โดยมีขั้นตอน ดังนี้


1. ก่อนเข้าตรวจค้นต้องแสดงหมายค้น และอ่านหมายแจ้งผู้ครอบครองเคหสถาน
2. ในกรณีที่ไม่มีหมายค้นจะดำเนินการได้ต่อเมื่อจะต้องมีเหตุจำเป็นในการเข้าค้นว่ามีผู้ต้องหาหลบซ่อนอยู่ มียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ซึ่งไม่สามารถขอหมายค้นจากศาลได้ทัน เพราะผู้กระทำผิดจะหลบหนีหรือมีการโยกย้ายยาเสพติดหรือทรัพย์สินนั้น โดยเจ้าพนักงานต้องแสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ต่อเจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถานนั้นด้วย
3. การตรวจค้นต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยการให้ผู้ครอบครองเคหสถานร่วมในการตรวจค้น
4. เมื่อทำการตรวจค้นเรียบร้อยแล้วต้องบันทึกผลการตรวจค้นและเหตุในการตรวจค้นเป็นหนังสือไว้ให้แก่ผู้ครอบครองเคหสถานด้วย รวมถึงรายงานให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบภายในเวลา 15 วัน

ในกรณีที่มีการแอบอ้างและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 145 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท และตามมาตรา 309 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจหรือของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากกระทำโดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และตามมาตรา 310 ผู้ใดหน่วงเหนี่ยว กักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. ชี้แจงว่า “ในกรณีนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ยืนยันว่า ไม่ใช่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในสังกัดของ สำนักงาน ป.ป.ส. อย่างแน่นอน โดยขณะนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อร่วมติดตามตรวจสอบผู้แอบอ้างรายดังกล่าวแล้ว และจะดำเนินการติดตามตัวมาดำเนินคดีอย่างเข้มงวดต่อไป และขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง หากพบการแอบอ้างขอให้ตรวจสอบวิธีการใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ หรือสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง”

“ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย” สมัครใจบำบัด ไม่เสียประวัติ ไม่มีความผิด แจ้งเบาะแสยาเสพติด สายด่วน ป.ป.ส. 1386