นักซิ่งจิ๋ว ‘จูจู โนดะ’ สู่เป้าหมายแชมป์เอฟวันหญิงคนแรกของโลก

จูจู โนดะ (ภาพจาก Noda Racing Academy)

ในจำนวนหลากหลายชนิดกีฬาที่แข่งขันอย่างแพร่หลายในยุคปัจจุบัน หนึ่งในกีฬาที่ได้ชื่อว่าเป็น “โลกของผู้ชาย” เป็นกีฬาที่ไม่แบ่งแยกเพศในการแข่งขัน แต่มีผู้หญิงเข้าร่วมแข่งปะปนกับผู้ชายชนิดนับคนได้ คงไม่พ้นการแข่งรถ ฟอร์มูล่าวัน หรือการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่เร็วที่สุดในโลก

อาจจะด้วยรถสูตร 1 มีความเร็วสูงมาก สามารถเร่งความเร็วจาก 0 เป็น 38 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาไม่ถึง 2 วินาที การเข้าโค้งแต่ละครั้งมีแรงเหวี่ยงสูง นักแข่งจึงต้องมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์เต็มที่ โดยเฉพาะช่วงศีรษะ คอ และหลัง ถึงขั้นต้องมีการทดสอบสมรรถภาพร่างกายก่อนเปิดฤดูกาลแต่ละครั้ง สรีระร่างกายของผู้หญิงจึงอาจจะเสียเปรียบกว่าผู้ชาย

นี่ยังไม่นับค่านิยมที่สังคมแข่งรถบางส่วนมองว่าผู้หญิงขับรถแข่งสู้ผู้ชายไม่ได้ซึ่งกลายเป็นอีกกำแพงใหญ่ขวางทางเอาไว้

กระนั้น ก็ยังมีนักซิ่งสาวจำนวนไม่น้อยที่พยายามก้าวข้ามข้อจำกัดและอุปสรรคต่างๆ จนย่างเท้าเข้าสู่วงการเอฟวันได้สำเร็จ โดยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีนักแข่งหญิงที่ได้ขึ้นทะเบียนว่าเป็นนักซิ่งเอฟวันแบบที่มีชื่อร่วมแข่งกรังด์ปรีซ์จริงๆ อยู่ 5 คน แต่คนที่่ฝ่าฟันจนได้ออกสตาร์ตเคียงบ่าเคียงไหล่ผู้ชายมีเพียง 2 คนเท่านั้น คือ 2 นักขับชาวอิตาเลียน มาเรีย เทเรซ่า เด ฟิลิปปิส ของทีม มาเซราติ และ เบห์รา-ปอร์เช่ ซึ่งลงแข่งขัน 3 สนาม ระหว่างปี 1958-1959 กับ เลญ่า ลอมบาร์ดี ของทีม มาร์ช, อาร์เอเอ็ม และ วิลเลียมส์ ซึ่งแข่งขันถึง 12 สนาม ระหว่างปี 1974-1976

โดยลอมบาร์ดีเป็นนักซิ่งเอฟวันหญิงหนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์ที่มีแต้มจากการแข่งขัน หลังเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 6 ในศึก สแปนิช กรังด์ปรีซ์ ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เมื่อปี 1975 และมีแต้มติดมือ 0.5 คะแนน

หลังจากนั้น บทบาทของผู้หญิงในสนามแข่งเอฟวันก็ลดลงเรื่อยๆ แม้จะมีคนเข้ามาท้าทายมากขึ้นก็มักจะไปสุดแค่ตำแหน่งนักขับทดสอบ (test driver) เท่านั้น

คุณพ่อติวเข้มจูจู (ภาพจาก Noda Racing Academy)

กระทั่งปลายปีที่แล้วต่อเนื่องจนถึงปีนี้ สื่อต่างประเทศหลายสำนักเริ่มให้ความสนใจในตัวเด็กหญิงชาวญี่ปุ่นวัย 11 ขวบ ชื่อ จูจู โนดะ กับฝันอันยิ่งใหญ่ที่จะไปให้ถึงวงการรถสูตร 1 ให้ได้ ไม่ใช่แค่ได้ชื่อว่าลงแข่งขัน แต่อาจมีเป้าหมายถึงขั้นเป็นนักซิ่งหญิงคนแรกที่ได้แชมป์เลยด้วย!

จูจูเป็นลูกสาวของ ฮิเดกิ โนดะ อดีตนักแข่งรถฟอร์มูล่าวันซึ่งเคยลงแข่งขันกรังด์ปรีซ์ 3 สนามในปี 1994 รวมทั้งมีประสบการณ์การแข่งรถอินดี้คาร์

เวลาผ่านไป แม้ตัวโนดะจะเลิกแข่งรถอย่างจริงๆ จังๆ แล้วหันไปเปิดโรงเรียนสอนแข่งรถแล้ว แต่ก็ได้ถ่ายทอดความรักในกีฬาความเร็วให้กับลูกสาว และมาวันนี้ เด็กหญิงจูจูวัย 11 ปี ก็เผยให้เห็นแววโดดเด่นบนเส้นทางที่พ่อเคยเดิน

จูจูเริ่มหัดขับรถคาร์ทตั้งแต่อายุ 3 ขวบ มาถึงตอนนี้ หนูน้อยเป็นนักแข่งอายุน้อยที่สุดและเป็นเด็กประถมคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้ร่วมแข่งรถในระดับฟอร์มูล่า 4 อีกทั้งยังเป็นเจ้าของสถิติวิ่งต่อรอบเร็วที่สุดในระดับอายุไม่เกิน 17 ปี ที่สนามโอคายามะ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ด้วยเวลา 1 นาที 32.8 วินาที อีกด้วย


การประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยทำให้บรรดาเอกชนสนใจเข้าไปสนับสนุน จนจูจูเป็นนักขับอายุน้อยที่สุดในญี่ปุ่นที่มีสปอนเซอร์เป็นของตัวเอง

โนดะซึ่งเป็นครูคนนแรกของลูกสาวบอกว่า จูจูมีพรสวรรค์สูงกว่าตัวเขาเองหลายเท่า สามารถปรับตัวให้คุ้นเคยกับรถที่เครื่องแรงและเร็วขึ้นเรื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี โดยเมื่อขับๆ ไปจะสามารถเข้าถึงศักยภาพของเครื่องยนต์ และมีเซนส์เรื่องการอ่านสภาพยางว่าสึกหรอไปขนาดไหนแล้ว ต้องเรียกว่าเป็นพรสวรรค์ติดตัวเพราะของอย่างนี้สอนกันไม่ได้ และที่สำคัญคือจูจูรู้ลิมิตของตัวเอง ถ้ารู้ว่าถึงขีดจำกัดแล้วก็จะไม่ฝืน ค่อยๆ ผ่อนลง แต่ยังมีสมาธิกับการขับและไม่ปล่อยให้สปีดลดลงมากนัก

ภาพจาก Noda Racing Academy

อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดเรื่องอายุทำให้จูจูไม่ได้รับอนุญาตให้ลงแข่งขันแบบโอเพ่นกับนักขับคนอื่นจนกว่าจะอายุครบ 16 ปีเต็ม และทำได้แค่เพียงขับทำเวลาเพียงคนเดียวตามแทร็กต่างๆ เท่านั้น
แม้จะเสียเปรียบเรื่องรูปร่าง แต่จูจูก็สามารถปรับตัวเข้ากับรถที่ค่อยๆ ใหญ่ขึ้น แรงขึ้น และเร็วขึ้นได้เป็นอย่างดี ซึ่งด้วยศักยภาพที่มี ทั้งพ่อและสปอนเซอร์เชื่อว่าจะผลักดันนักซิ่งสาวน้อยคนนี้ขยับขึ้นไปขับรถในรุ่นฟอร์มูล่า 3 ให้ได้ภายในสิ้นปีนี้

สื่อหลายสำนักมองว่า หากจูจูต้องการสานฝันการเป็นนักแข่งรถเอฟวันให้ได้ ก็น่าจะศึกษาเส้นทางและลองเดินรอยตาม แลนซ์ สโตรล นักซิ่งชาวแคนาเดียนวัย 18 ปีของทีมวิลเลียมส์ ซึ่งทำสถิติเป็นนักขับอายุน้อยที่สุดที่ได้ขึ้นโพเดียมในการแข่งขันเอฟวันกรังด์ปรีซ์ จากศึก อาเซอร์ไบจาน กรังด์ปรีซ์ เมื่อเดือนมิถุนายน

สโตรลเริ่มต้นจากการเป็นนักขับโกคาร์ท ก่อนจะคว้าแชมป์รุ่นเอฟ 4 และเอฟ 3 จนโดนทีมอาชีพทาบทามไปขับเอฟวันในที่สุด

ครอบครัวโนดะ สปอนเซอร์ และทีมงาน รวมถึงตัวจูจูเองตั้งเป้าว่าเมื่ออายุครบ 16 ปี ตามกฎของสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (เอฟไอเอ) เธอก็จะสมัครเป็นนักแข่งรถเต็มตัวทันที แต่อาจต้องขอผ่อนผันเป็นกรณีพิเศษกับหน่วยงานในญี่ปุ่น เนื่องจากสหพันธ์ยานยนต์ในประเทศกำหนดอายุขั้นต่ำของนักขับไว้ที่ 18 ปี

หลังจากนั้นพออายุครบ 18 จูจูก็ตั้งเป้าว่าจะคว้าใบอนุญาตขับรถสูตร 1 ให้ได้ และหวังว่าพรสวรรค์และพรแสวงที่มีจะไปต้องตาทีมใดทีมหนึ่งเข้า ซึ่งการจะก้าวไปถึงตรงนั้นได้นั้น แค่ความมุ่งมั่นตั้งใจของตัวสาวน้อยและครอบครัวคงไม่พอ ยังจำเป็นต้องอาศัยทุนสนับสนุนจากสปอนเซอร์ต่างๆ ในระยะยาวอีกด้วย

เมื่อมีคนถามนักซิ่งสาววัยใสว่า เป้าหมายสูงสุดของเธอคืออะไร? จูจูตอบแบบไม่ลังเลว่า “ที่ผ่านมา เคยมีผู้หญิงลงแข่งเอฟวัน หรือเป็นนักขับเอฟวันมาแล้ว แต่ยังไม่เคยมีแชมป์เอฟวันที่เป็นผู้หญิงมาก่อน หนูหวังว่าตัวเองจะเป็นคนแรกค่ะ”

แม้จะเป็นฝันที่อาจต้องใช้เวลารอคอยนานร่วม 10 ปี แต่ทั้งจูจูและครอบครัวก็หวังว่าจะทำให้มันเป็นจริงในสักวันหนึ่ง

ภาพจาก Noda Racing Academy