ส.บ.อ.ท.ต้านร่างพ.ร.บ.บริหารบุคคลท้องถิ่น เหตุไม่อิงร่างกฎหมายของศธ. หวั่น 2 มาตรฐานครู ศธ.

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม นายอดุลย์ ภู่ภัทรางค์ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย (ส.บ.อ.ท.) เปิดเผยว่า ตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ยกร่าง พ.ร.บ.บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ขึ้นใหม่ และเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นนั้น เรื่องนี้ส.บ.อ.ท.ได้ศึกษาแล้วมีมติว่าไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวในประเด็นขององค์คณะบุคคลในการบริหารงานบุคคลทุกระดับ เพราะไม่กำหนดให้ชัดเจนว่าให้มีตัวแทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้ามาเป็นกรรมการ ทั้งที่จำนวนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญการที่ไม่กำหนดให้นำพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มาเป็นหลักในการบริหารงานบุคคล ซึ่งจะทำให้การบริหารงานบุคคลระหว่างข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) กับกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) หรือหน่วยการศึกษาอื่นๆ เกิดสองมาตรฐาน ทั้งที่เป็นครูประเทศไทยเหมือนกัน มีมาตรฐานตำแหน่ง อำนาจหน้าที่ ฯลฯ เหมือนกัน และผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องจะตอบคำถามต่อสาธารณชนได้ยากมาก

นายก ส.บ.อ.ท. กล่าวต่อว่า การดำเนินการร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือผู้เกี่ยวข้องไม่ได้ให้โอกาสตัวแทนครูและบุคลากรทางการศึกษามีส่วนร่วมในการดำเนินการ อย่างน้อยควรเปิดโอกาสรับฟังแนวคิดจากครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนที่จะยกร่าง อย่างไรก็ตามการเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นก็ยังเป็นเรื่องที่ดีอยู่บ้าง ซึ่งสมาคมเห็นว่าแม้จะคัดค้าน คงจะไม่ได้รับการตอบรับสักเท่าไร ดังนั้น สมาคมจึงขอเสนอว่า ขอให้เพิ่มเติมข้อความในร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ…. คือ “ส่วนการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามกฎหมายที่บัญญัติไว้” นั่นคือ การบริหารงานบุคคลในส่วนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องใช้ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ของศธ. เป็นหลัก ในเรื่องนี้สมาคมได้ยื่นหนังสือในการเสนอความเห็นไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแล้ว และจะยื่นหนังสือคัดค้านต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น อีกทั้งคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาของท้องถิ่นได้ร่วมเสนอความเห็นคัดค้านดังกล่าวไปตามช่องทางที่กำหนดไว้