เปิดตัวแคนดิเดทตัวนำโชค “โตเกียว 2020”

สำหรับมหกรรมกีฬารายการใหญ่ๆ แล้ว หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญนอกเหนือจากตัวการแข่งขัน ก็คือ “ตราสัญลักษณ์” หรือ “โลโก้” และ “ตัวนำโชค” หรือ “แมสคอต” ซึ่งมีความสำคัญในด้านสิทธิประโยชน์และการตลาด รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เนื่องจากมักเป็นสิ่งแรกๆ ที่คนนึกถึงเมื่อเอ่ยถึงการแข่งขันรายการนั้นๆ

มหกรรมกีฬา โอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในอีก 3 ปีข้างหน้า ก็ผ่านด่านแรกกับสัญลักษณ์การแข่งขันมาแล้ว ท่ามกลาง “ดราม่า” ระดับโลก เนื่องด้วยหลังเปิดตัวโลโก้แรกเริ่มเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2015 ก็โดนวิพากษ์วิจารณ์ว่าโลโก้ดังกล่าวไปละม้ายคล้ายสัญลักษณ์โรงละครในลีแอจที่นักออกแบบชาวเบลเยียมออกแบบไว้ก่อนหน้านั้นพอสมควร

แม้เจ้าของดีไซน์โลโก้ “โตเกียว 2020” จะยืนกรานว่าไม่ได้ก๊อปปี้หรือลอกไอเดีย แต่สุดท้ายเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา (หลังโดนฟ้องร้อง) ฝ่ายจัดการแข่งขันจึงจัดประกวดและเปิดตัวโลโก้ใหม่ไปเรียบร้อยเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว

ในส่วนตัวแมสคอตหรือตัวนำโชคนั้น เนื่องจากเป็นประเทศญี่ปุ่น ดินแดนของสารพัดคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารัก แฟนกีฬาทั่วโลกจึงย่อมคาดหวังในความคิขุอาโนเนะและโมเอะสุดขั้วของเจ้าแมสคอตโตเกียว 2020 โดยฝ่ายจัดการแข่งขันได้เปิดให้ผู้สนใจส่งแบบแมสคอตโอลิมปิกเกมส์ 1 ตัว และพาราลิมปิกเกมส์ (หรือมหกรรมกีฬาคนพิการที่จะจัดควบคู่กัน) 1 ตัว เข้าประกวด ระหว่างวันที่ 1-14 สิงหาคมที่ผ่านมา

ปรากฏว่ามีผู้สนใจส่งแบบเข้าประกวดรวมทั้งสิ้น 2,042 แบบ ซึ่งหลังจากผ่านการคัดกรองถึงความเหมาะสมและความเป็นเอกลักษณ์ (เพื่อป้องกันปัญหาลิขสิทธิ์ซ้ำรอยตอนโลโก้) จึงคัดเหลือ 1,753 แบบ

ต่อมาจึงให้ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ จากบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องในสายงานนั้นๆ มาลงคะแนนเลือกว่าจากแบบที่เหลืออยู่ แบบใดจะถูกใจเยาวชนมากที่สุด ซึ่งในขั้นตอนนี้คัดกรองเหลือเพียง 98 แบบเท่านั้น

จากนั้นจึงให้คณะกรรมการฝ่ายคัดเลือกตัวนำโชคประจำการแข่งขันพิจารณาถึงการสื่อความหมายที่เข้ากับคอนเซปต์ของการแข่งขันรวมถึงเจตนารมณ์แห่งโอลิมปิกเกมส์และพาราลิมปิกเกมส์ ซึ่งขั้นตอนนี้คัดเหลือ 16 แบบ ก่อนจะคัดเลือกดีไซน์ที่ถูกตาต้องใจมากที่สุด แล้วเปิดตัวแมสคอต 3 ชุดซึ่งผ่านการคัดเลือกขั้นแรกที่โรงเรียนประถมคาเคซุกะในย่านชิบุย่า กรุงโตเกียว ไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา

เหตุที่เปิดตัวแมสคอตดังกล่าวที่โรงเรียนประถม เนื่องด้วยฝ่ายจัดโตเกียวเกมส์จะเปิดให้นักเรียนประถมทั่วประเทศญี่ปุ่นซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคตร่วมโหวตหาตัวนำโชคที่ถูกใจที่สุด โดย 1 โรงเรียนจะลงคะแนนโหวตได้ 1 เสียง ทำการโหวตระหว่างวันที่ 11 ธันวาคม 2017 ถึง 22 กุมภาพันธ์ 2018 ก่อนประกาศผลโหวตในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ปีหน้า

เนื่องด้วยแต่ละตัวยังไม่มีชื่อเรียก จึงเรียกแทนตัวด้วยแมสคอตชุดเอ, บี และซี ซึ่งแต่ละตัวมีความหมายและความสัมพันธ์ดังนี้

แมสคอตชุดเอ – ตัวนำโชคโอลิมปิกเกมส์สื่อถึงการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมเก่าแก่กับนวัตกรรมสมัยใหม่ ตัวดีไซน์มีความเฉียบคม สื่อถึงความรักความยุติธรรม มีความทะมัดทะแมงเป็นนักกีฬา สามารถเคลื่อนที่ไปที่ไหนก็ได้อย่างรวดเร็วทันใจ

ส่วนตัวนำโชคพาราลิมปิกเกมส์ใช้สีชมพูอ่อนหวาน ให้ความรู้สึกอ่อนโยนและสุขุมกว่า แต่ขณะเดียวกันก็สามารถดึงพลังออกมาได้อย่างแข็งแกร่งเวลาที่ต้องการ สื่อถึงจิตใจที่อ่อนโยน รักธรรมชาติ แต่ขณะเดียวกันก็มีความแข็งแกร่งอยู่ภายใน มีพลังพิเศษที่สามารถสื่อสารกับธรรมชาติและสามารถเพ่งพลังจิตเพื่อเคลื่อนย้ายสิ่งของได้


ดีไซน์ของตัวนำโชคชุดเอที่มีลักษณะเป็นลายบล็อกๆ สลับสีนั้นยึดคอนเซปต์ลวดลาย “อิจิมัตสึ” แบบเดียวกับที่ปรากฏบนสัญลักษณ์ประจำการแข่งขัน ส่วนความสัมพันธ์ของแมสคอตทั้ง 2 ตัวนี้ เป็นเพื่อนรักที่มีบุคลิกตรงข้ามกัน แต่ต่างพร้อมจะทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับแขกผู้มาเยือนและให้กำลังใจทุกคนที่มาร่วมแข่งขัน “โตเกียว 2020”

แมสคอตชุดบี – ตัวนำโชคประจำโอลิมปิกเกมส์ถือกำเนิดจากไฟที่ให้ความอบอุ่นแก่ประเทศญี่ปุ่น มีต้นแบบดีไซน์มาจาก “มาเนกิ เนโกะ” หรือ “แมวกวักนำโชค” รวมถึงสุนัขจิ้งจอกอินาริซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี แมสคอตตัวนี้มีจุดเด่นตรงที่วิ่งเร็วและเมื่อเคลื่อนที่ผ่านสถานที่ใดก็สามารถสร้างที่ราบลุ่มและแม่น้ำขึ้นมาได้ บางครั้งก็ชอบหยุดพักเพื่องีบหลับใต้แสงแดดอบอุ่น สื่อถึงความตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานเทศกาลของญี่ปุ่นและการถ่ายทอดพลังแห่งความสุขให้กับทุกคนด้วยการใช้หางสัมผัส

ส่วนตัวนำโชคพาราลิมปิกเกมส์ถือกำเนิดจากสายลมที่พัดเอาฤดูกาลต่างๆ ไปเยือนประเทศญี่ปุ่น มีต้นแบบจากสุนัขเฝ้ายามตามศาลเจ้าต่างๆ แมสคอตตัวนี้สามารถเสกสิ่งต่างๆ จากแผงคอ อาทิ กลีบดอกซากุระ หิมะ ใบไม้ส้ม สายฟ้า และลมประจำฤดู ชอบเดินทางด้วยการบินตัดท้องฟ้าช่วยคืนชีวิตให้กับต้นไม้ที่ตายแล้วและนำเสน่ห์ของฤดูกาลไปแต่งแต้มพื้นที่ต่างๆ

เนื่องจากแมสคอต 2 ตัวนี้เกิดจากปูมหลังที่แตกต่าง จึงมีความแตกต่างกันชัดเจน แต่กระนั้นก็ยังเป็นเพื่อนและคู่แข่งที่ดีของกันและกัน และนิยมแข่งขันกีฬาบนพื้นดินและผืนฟ้าของประเทศญี่ปุ่นอย่างสนุกสนาน

แมสคอตชุดซี – ตัวนำโชคของโอลิมปิกเกมส์เป็นสุนัขจิ้งจอกจากเทพนิยายเก่าแก่ของญี่ปุ่นประดับด้วยลวดลาย “มากาทามะ” แบบดั้งเดิม แมสคอตตัวนี้มีความทะมัดทะแมง เป็นนักกีฬา วิ่งได้รวดเร็ว มีความเป็นผู้นำ และเป็นมิตร ชอบเป็นผู้นำเชียร์เพื่อปลุกความฮึกเหิมตื่นเต้นให้กับนักกีฬาและผู้ชมด้วยจิตวิญญาณแห่งสายลม

ส่วนตัวนำโชคพาราลิมปิกเกมส์เป็นตัวแร็กคูนจากเทพนิยายเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่ชอบเอาใบไม้วางบนหัวเพื่อเปลี่ยนร่างเป็นสิ่งต่างๆ แมสคอตตัวนี้มีความเป็นนักกีฬาเช่นกัน แต่นิสัยจะชิลๆ กว่าตัวแรก ชอบให้กำลังใจนักกีฬาและผู้ชมด้วยจิตวิญญาณแห่งป่า

ตัวนำโชคทั้ง 2 ตัวใช้สีขาวกับแดงซึ่งเป็นสีธงชาติญี่ปุ่นเป็นองค์ประกอบหลัก และผูกโบ “มิซูฮิกิ” ที่คอ ทั้งคู่เป็นเพื่อนรักกัน ต่างเข้าใจกันและกันเป็นอย่างดี และมักจะคอยให้กำลังใจกันและกันเวลาทำสิ่งต่างๆ

ทั้งหลายทั้งปวงนี้คือบุคลิกและแบ๊กกราวด์ของแมสคอตทั้ง 6 ตัวที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ส่วนตัวนำโชคคู่ไหนจะได้รับเลือก ยกให้เป็นหน้าที่ของหนูน้อยเด็กประถมของญี่ปุ่นทำหน้าที่ตัดสินใจ

แล้วสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าเรามาลุ้นกันอีกที!!!