‘หมออุดม’จี้ครูปรับวิธีการสอน คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลง บอกนักเรียนถึงบทบาทมหา’ลัยในอนาคต

นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริมความสามารถพิเศษภาคฤดูร้อน พ.ศ.2562 (แบรนด์ซัมเมอร์แคมป์ ครั้งที่ 30) และงานสัมมนาครูและอาจารย์แนะแนวทั่วประเทศ และปาฐกถาพิเศาเรื่อง นโยบายการศึกษาไทยยุคเศรษฐกิจดิจิตอล 4.0 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) ตอนหนึ่งว่า ครูแนะแนวเป็นครูที่มีความสำคัญมากคนหนึ่งของนักเรียน ดังนั้นครูแนะแนวจะต้องมีมุมมองที่เปิดกว้าง เห็นทิศทางของโลกในอนาคตและรู้ศักยภาพของนักเรียนว่าควรจะก้าวไปในทิศทางใด  สำหรับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล จะสำเร็จได้ ต้องอาศัยการศึกษาซึ่งการศึกษาไทยก็ต้องพัฒนา ปรับปรุงตัวเองให้เป็นยุค 4.0 ด้วย โดยครูและอาจารย์ต้องเปลี่ยนวิธีการสอน ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย โดยต้องคำนึงการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม ซึ่งได้แก่ บทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทุกด้านของมนุษย์ และ การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย


รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. กล่าวต่อว่า ตนอยากให้ครูแนะแนวบอกต่อกับนักเรียนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในอนาคตว่า มหาวิทยาลัยไทยต้องปรับตัวให้เป็นยุค 4.0 ปรับวิธีการสอน อนาคตการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น คณะวิชาต่างๆ จะเรียนแบบบูรณาการข้ามคณะ ซึ่งตนจะนำร่องใน 7 มหาวิทยาลัย โดยเบื้องต้นที่ชักชวนเข้าร่วม ได้แก่ มก. ,สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.),มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(มจพ.),มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(มจธ.) ,มหาวิทยาลัยราชภัฎ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และม.เอกชน อย่างละ 1 แห่ง โดยจะเริ่มปีการศึกษา 2561 เนื่องจากเป็นนโยบายเร่งด่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ โดยจะเป็นการรับสมัครในระบบทีแคส รอบที่ 5 ซึ่งเปิดกว้างให้มหาวิทยาลัยรับนิสิตนักศึกษาอย่างอิสระ เบื้องต้น หลักสูตรที่ให้บูรณาการข้ามคณะนั้น จะเป็นการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ มหาวิทยาลัยหรือคณะใดสามารถทำได้ รัฐบาลก็จะมีงบประมาณสนับสนุนเพื่อเป็นแรงจูงใจในการผลิต ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับการผลิตแพทย์เพิ่ม โดยสาขาที่กำลังเป็นความต้องการมากขณะนี้คือ ด้านวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งจะต้องมีความรู้ด้านการบริหารจัดการ เป็นต้น ทั้งนี้หากสาขาวิชาชีพใด ที่อยู่ในความดูแลของสภาวิชาชีพ ตนก็จะหารือกับสภาวิชาชีพนั้น ทั้งนี้สภาวิชาชีพ มีความจำเป็นต้องปรับตัวและยึดนโยบายของประเทศด้วย