‘มัลลิกา’ แนะรบ.ปฏิรูปการศึกษา เริ่มร.ร.3ภาษา ‘ไทย-จีน-อังกฤษ’ นำร่องสังกัดกทม. 400 แห่ง

เมื่อวันที่ 13 มกราคม นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน www.mallikafoundation.com กล่าวว่า ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ อยากให้รัฐบาลใช้โอกาสนี้เริ่มต้นปฏิรูปการศึกษาทุกด้านให้เป็นรูปธรรมเพื่อเป็นการส่งเสริมและสร้างโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน และเป็นการลงทุนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศในอนาคต จึงขอเสนอการปฏิรูปการศึกษา ประการแรก ขอให้เริ่มต้นโรงเรียนสามภาษาอย่างเป็นระบบเพื่อปรับการศึกษาไทยให้ทันยุคสมัยในการเปิดประเทศสอดคล้องกับเศรษฐกิจในภูมิภาคและกระแสการเปลี่ยนแปลงทั่วโลก จึงควรเริ่มบรรจุโรงเรียนหลักสูตรภาษาไทย-จีน-อังกฤษ นำร่องสังกัดกรุงเทพฯ 400 โรงเรียน โดยนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย และบรรจุโรงเรียนประจำจังหวัดทุกแห่ง โดยวางนโยบายและมาตรการอย่างชัดเจนว่าจะมีการผลิตครูภาษาจีนและภาษาอังกฤษตามมาตรฐานโดยถือโอกาสเอางบประมาณโครงการประชารัฐมาสร้างโอกาสให้กับเด็กและวัดผลอย่างคุ้มค่า ประการที่ 2 โครงการฝึกอบรมปรับวิสัยทัศน์ผู้บริหารกระทรวงศึกษาฯให้เข้าใจบริบทของสังคมชนบทและรู้จักคำว่า “ความไม่มี” ของสังคมชนบท นั่นคือไม่มีโอกาส, ไม่มีการเข้าถึงสวัสดิการรัฐอย่างเท่าเทียม, และไม่มีเงินทุนที่จะตั้งต้นแข่งขันเข้าโรงเรียนคุณภาพดีทั้งเอกชน โรงเรียนสาธิต และโรงเรียนประจำจังหวัด รวมทั้งโอกาสการหาสถาบันติวให้ลูกหลาน

“จุดนี้เองรัฐบาลและกระทรวงศึกษาฯควรจะตื่นตัวเนื่องจากเด็กนักเรียนที่เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พร้อมๆ กันจะเหลือเพียง 60% เมื่อจบการศึกษาปีที่ 6 เด็กๆ ที่หายไปจากระบบการศึกษานั้นเป็นเพราะความยากจนและขาดโอกาส ประการที่ 3 ควรเพิ่มงบประมาณพัฒนาความรู้ ภาษา ทักษะ และเทคโนโลยี โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ 20 ปีของรัฐบาลนั้นควรเพิ่มงบประมาณค้นคว้าวิจัยและพัฒนาครูให้มากกว่าที่เป็นอยู่เพราะต้องปรับให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่โลกจะหมุนและเปลี่ยนไปด้วยเทคโนโลยีและระบบไอทีโซเชียลเน็ตเวิร์ก ให้กับโรงเรียนและครูผู้สอนเป็นงบประมาณที่ได้สมรรถนะคุณภาพครูมากที่สุดเพราะครูที่ดีและมีความสามารถนั้นคือการลงทุนสำหรับเด็กและเยาวชน ประการที่ 4 นโยบายปรับกระบวนทัศน์และยุทธศาสตร์การศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน ควรจะปรับที่นโยบายของกระทรวง หลักสูตรการศึกษา ไม่ใช่ปรับที่ตัวนักเรียน ยกตัวอย่าง การรับฟังข้อเสนอนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อกรณีการบรรจุความรู้ทางด้านกฎหมายในการเรียนการสอนก็ควรจะมีมาตรการนำเข้าบรรจุอย่างเป็นรูปธรรมและวัดผลได้” นางมัลลิกากล่าว