“กอ.รมน.ภาค4ฯ”ยื่นฟ้องอดีตผู้ต้องหาความมั่นคงกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐซ้อมทรมาน

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พันโท เศรษฐสิทธิ์ แก้วคูณเมือง รองหัวหน้าแผนกฎหมาย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วยทนายความและนายทหารพระธรรมนูญ ได้รับมอบหมายจาก พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดี กับนายอิสมาแอ เต๊ะ ที่กล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ทหารซ้อมทรมานผู้ต้องสงสัย ผ่านรายการนโยบาย by ประชาชน ออกอากาศทางช่อง Thai PBS เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 ยื่นเอกสารและข้อมูลที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับหน่วยความมั่นคงต่อ พันตำรวจโทถนัด ค่ำควร รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี เพื่อเป็นหลักฐานในการประกอบคดีในการฟ้องร้องทั้งคดีแพ่งและอาญา ทั้งปวง เอาผิดตามกฎหมายแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องดังกล่าว อันส่งผลให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อ กองทัพภาคที่ 4 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า


พันโท เศรษฐสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจาก พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ให้มาแจ้งความร้องทุกข์ กับสถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อนาย อิสมาแอ เต๊ะ ที่ได้ร่วมรายการทีวี ช่อง Thai PBS เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาในรายการนโยบาย By ประชาชน ในประเด็น ยุติการซ้อมการทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งนายอิสมาแอ เต๊ะ ได้กล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐว่าได้ทำการทรมานตนเพื่อให้รับสารภาพนั้นไม่เป็นไปตามความจริงแต่อย่างใด ทั้งนี้ นายอิสมาแอ เต๊ะ เป็นเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งในการรวบรวมข้อมูลให้กับองค์กรสื่อ ใช้ชื่อข้อมูลรายงานสถานการณ์ชายแดนใต้ ทางหน่วยงานทหารได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ปรากฏข้อเท็จจริงในเรื่องของการซ้อมทรมานผู้ต้องหาดังที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด รายงานดังกล่าวนี้ทางกองอำนวยรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เคยได้ยื่นฟ้องบรรณาธิการไปแล้วในข้อหาหมิ่นประมาทและข้อหา พ.ร.บ.ทางคอมพิวเตอร์ คดีนี้ได้ทำการไกล่เกลี่ยทางคดีความเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากการกระทำดังกล่าวจะเห็นได้ชัดเจนว่า นายอิสมาแอ มีความพยายามที่จะกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐมาโดยตลอด ในส่วนของความกดดันภาคประชาชนที่อาจเกิดขึ้นตนไม่รู้สึกวิตกกังวล เนื่องจากการดำเนินงานในครั้งนี้ต้องการที่จะพิสูจน์ความจริงในข้อกล่าวอ้างว่าไม่เป็นความจริง ขอให้เป็นขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมเป็นผู้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเจ้าหน้าที่ทหาร ว่าไม่มีการซ้อมทรมานผู้ต้องหาอย่างที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด