จับกุมสาวใหญ่ชวนน้องสะใภ้ลาวขนยาข้ามประเทศ ของกลางเกือบ 2 พันเม็ด รับหาเงินเลี้ยงลูก

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 16 เมษายน ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 อ.ท่าอุเทน จ.นคพรนม พ.ต.ท.ทวี ภาน้อย ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พร้อมด้วย ร.ต.ถาวร ชะสิงห์ รองผู้บังคับกองร้อยทหารราบ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร่วมกับ เจ้าน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด แถลงการณ์จับกุม นางปิยงค์ ไขยพารา อายุ 53 ปี พร้อมด้วยน้องสะใภ้ชาวลาว คือ นางแก้วตา พิมพิลา อายุ 33 ปี ชาวลาว ยึดของกลางยาบ้า จำนวน 1,995 เม็ด และรถจักรยานยนต์ ใช้กระทำความผิด ยี่ห้อฮอนด้า สีขาว ทะเบียน 1กฐ 1365 สกลนคร

โดยจับกุมได้ หลังเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจเข้ม ป้องกันการกลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมายและยาเสพติด ในพื้นที่จุดเสี่ยง ในช่วงเทศกาลหลังสงกรานต์ จนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหา ทั้ง 2 คน ได้ บริเวณด่านตรวจ หน้าศูนย์ศิลปาชีพหาดแพง ถนนระหว่างบ้านเสียง – หาดแพง ต.หาดแพง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พบมีพิรุธ จึงเข้าตรวจค้น พบยาบ้าซุกซ่อนในกระเป๋า จึงควบคุมตัวมาสอบ สวน


เบื้องต้นจากากรสอบสวนของเข้าหน้าที่ นางปิยงค์ ไขยพารา อายุ 53 ปี ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับ นางแก้วตา พิมพิลา อายุ 33 ปี ชาวลาว ซึ่งเป็นน้องสะใภ้ เพราะเคยแต่งงานกับน้องชาย ที่เป็นญาติกัน แต่ภายหลังน้องชายที่เป็นสามีของ นางแก้วตา พิมพิลา อายุ 33 ปี ติดคุกคดียาเสพติด เมื่อปีที่ผ่านมา จากนั้น จึงได้มีการพูดคุยหาทางติดต่อ รับยาบ้าจากนายทุนชาวลาว มาส่งลูกค้าไทย ก่อนตัดสินใจมารับจ้างส่งยาบ้า เพราะไม่มีเงินเลี้ยงลูก บวกกับเสียพนัน ทำให้เป็นหนี้สิน จึงต้องการเงินมาใช้หนี้ โดยรับการว่าจ้างจากชาวลาว เป็นเงินจำนวน 10,000 บาท นำยาบ้ามาพักไว้ให้ลูกค้ามารับอีกทอดหนึ่ง แต่มาถูกจับกุมได้เสียก่อน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสอบสวนขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้วางมาตรการเข้ม ในการตั้งจุดตรวจจุดสกัด ป้องกันการลักลอบขนยาเสพติด ในพื้นที่ชายแดน เนื่องจากในช่วงนี้ มีประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางกลับจากเที่ยวสงกรานต์ จำนวนมาก ทำให้มีความเสี่ยงที่ขบวนการค้ายาเสพติด จะฉวยโอกาสขนยาเสพติด เข้ามาจำหน่ายมากขึ้น บวกกับช่วงนี้ชายแดนอีสาน รวมถึง จ.นครพนม มีการลักลอบนำยาบ้าเข้ามาขายมากขึ้น ช่วง 2 เดือนพบมีการตรวจยึดเกือบ 5 ล้านเม็ด จึงต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ