‘ทักษิณ’ ฆ่าไม่ตาย เฟ้นแม่ทัพสู้เลือกตั้ง ท้าดวลคสช. ล็อกเก้าอี้ส.ส.สร้างอำนาจต่อรอง

คนอื่นอาจคิดว่า พรรคเพื่อไทยเป็นเศษซาก สิ่งปรักหักพังทางการเมือง รอวันถูกรื้อถอนทำลาย
แต่สมาชิกเพื่อไทยมองตรงข้าง ไม่คิดอย่างนั้น

นี่คือพรรคการเมืองที่มีราคาค่างวดสูงสุดของเมืองไทย ชนะเลือกตั้งทุกครั้ง ไม่ว่าใช้ชื่อใด ไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย
ไม่ว่าถูกยุบทิ้งกี่ครั้ง ก็ฆ่าไม่ตาย

ชนะถล่มทลาย ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯอย่างที่ไม่เคยมีพรรคใดทำได้ ก็เคยทำมาแล้ว

พรรคเพื่อไทยครองใจประชาชนจากการขายนโยบาย และแปรนโยบายที่ให้คำมั่นสัญญาไว้ระหว่างรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งมาเป็นรูปธรรมการปฏิบัติ

พูดแล้วทำได้จริง เรตติ้ง คะแนนนิยมจึงพุ่งกระฉูด

ถึงใครจะวิพากษ์วิจารณ์ มุ่งเน้นประชานิยม แต่นับแต่เพื่อไทยประสบความสำเร็จ พรรคการเมืองอื่นก็ก๊อบปี้ ลอกแบบพิมพ์เขียวเอาไปใช้มัดใจประชาชน

แม้แต่รัฐบาล คสช.ในปัจจุบันก็ใช้ประชานิยมในแพคเกจจิ้งประชารัฐ

ความมีราคาค่างวดระดับแชมป์ผูกขาดชนะเลือกตั้งนี่เอง ทำให้การต่อสู่ แย่งชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ร้อนแรง เข้มข้น

การเป็นหัวหน้าพรรคเบอร์ 1 เมืองไทย มันเป็นสเต็ปแรกของการก้าวไปสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ข่าวคราวการล็อบบี้ วิ่งเต้นเป็นแม่ทัพ ถือธงเข้าสู่สนามเลือกตั้งเวลานี้ ก็คือการกรุยทางไปสู่เป้าหมายทางการเมืองสูงสุดของนักการเมืองในตำแหน่งนายกฯดีๆ นั่นเอง

และแน่นอนว่า การวางตัวหัวหน้าพรรค บอสใหญ่ดูไบ-ทักษิณ ชินวัตร มีบทบาทสูงสุด เป็นคนตัดสินจิ้มใคร เลือกใครที่ถือว่าเป็นที่สุด

ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรค ในฐานะมือวางยุทธศาสตร์ นโยบาย และตัวบุคคล ชูเป็นนายกรัฐมนตรี

เป็นผู้นำขับเคลื่อนนโยบายไปสู่ภาคปฏิบัติให้เกิดขึ้นได้จริง โดยมีเครื่องหมายแชมป์เลือกตั้งการันตีฝีมือสุดยอด

มองขาด ส่งใครลงก็ชนะเลือกตั้งทุกครั้ง

นี่คือคำตอบของคำถามว่า ทำไมต้องให้ทักษิณส่องกล้องเฟ้นเอง

อันที่จริงคู่แคนดิเดตที่เป็นข่าวหัวไม้ ทั้ง พิชัย นริพทะพันธุ์ และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หาใช่คนอื่นไกล เป็นอดีตรัฐมนตรี สายตรง “แม้ว” ทั้งคู่

และทั้งสองก็วิ่งเต้น ล็อบบี้ คนแดนไกล เข้า-ออกบ้านจันทร์ส่องหล้า-สำนักงาน “ชิน” เข้าหา พจมาน ดามาพงศ์ และโอ๊ค-พานทองแท้ ชินวัตร อยู่เป็นประจำ ระยะห่างใกล้-ไกลอาจไม่เท่ากัน

แต่ความสัมพันธ์ก็ไม่ใช่เป็นปัจจัยเดียวของการตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ยังมีข้อดี ข้อเสีย ตัวแปรอื่น เป็นองค์ประกอบการพิจารณาเฟ้นหัวหน้าพรรค

แต่ที่แน่นอนที่สุดก็คือ ไม่ว่าเลือกใคร

ต้องได้ไฟเขียวจากทักษิณ โดยความเห็นพ้องของบ้านจันทร์ส่องหล้า หรืออาจสลับหน้า-หลัง บ้านจันทร์ส่องหล้าเห็นดีเห็นงาม โดยที่ทักษิณไม่คัดค้าน

สรุปแล้ว ออร์แกไนซ์ใหญ่รวมศูนย์การตัดสินใจ อยู่ที่ชินวัตรแฟมิลี่ที่เดียว

ทำไมต้องเป็นทักษิณ-และครอบครัว?

เพราะพรรคเพื่อไทย อนาคตเพื่อไทย จะเรียกอย่างถึงที่สุดว่า เป็นเครื่องชี้เป็นชี้ตายของทักษิณ และวงศ์วานว่านเครือก็ว่าได้

คนที่เป็น ส.ส. อดีตผู้แทน แกนนำอื่นๆ อาจย้ายค่าย ย้ายพรรค เลิกเล่น ยุติบทบาททางการเมืองอย่างไรก็ได้ เพื่อแก้ปัญหาจากการเล่นการเมือง คดีการเมืองที่ผ่านมา

แต่ทักษิณย้ายไม่ได้ เลิกก็ไม่ได้
เลิกไปก็ไม่จบ

นี่เป็นเหตุผลที่ต้องเล่นต่อ หากไม่เล่น คนอย่างทักษิณย่อมรู้ดีว่าจะโดนรุกไล่ขนาดไหน ถูกทุบทำลายให้ราบเป็นหน้ากลองไม่หยุดอยู่แค่นี้ขนาดไหน

เพราะได้เห็นมาแล้ว ตั้งแต่เป็นพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน จวบจนเพื่อไทยในปัจจุบัน ว่าอะไรเป็นอะไร

ทักษิณจึงวางมือไม่ได้

ปล่อยมือให้สมาชิกเพื่อไทยว่ากันเอง ก็ไม่ได้

จำเป็นอย่างมากที่ต้องเข้ามาบริหารจัดการด้วยตัวเองทั้งหมด เนื่องจากหมายถึงอนาคต และทุกสิ่งทุกอย่าง

ยิ่งเป็นตำแหน่งหัวหน้าพรรค ก็ต้องยิ่งต้องเฟ้น ต้องละเอียด พลาดไม่ได้

ศึกครั้งนี้มันใหญ่หลวงนัก

การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือเดียวที่เหลืออยู่ของทักษิณในขณะนี้ ที่จะใช้สร้างอำนาจการต่อรอง เพื่อไม่ให้ถูกทุบทำลาย ไม่เหลือที่อยู่ที่ยืนอีกต่อไป
ทักษิณจึงจำเป็นต้องเข้ามากำกับ ควบคุมเองทั้งหมด เดิมพันมันสูง

เลือกตั้งเป็นเครื่องมือเดียวที่เหลืออยู่ที่ทักษิณสู้ได้

อีกทั้งยังเป็นเกมที่เขาถนัดที่สุด ชนะเลือกตั้งทุกครั้ง

ไม่แปลกที่ทักษิณไม่วางมือ เพราะเลิกเล่น ยุติบทบาทโดยสิ้นเชิงก็ไม่จบ

แต่สู้ต่อยังพอมีทางรอด

จำนวนที่นั่ง ส.ส.เพื่อไทยมีความหมาย มีความสำคัญต่อทักษิณอย่างมาก ยิ่งได้มากเท่าใด อำนาจต่อรองก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

ทักษิณจึงต้องเข้ามาคุมเกมเลือกหัวหน้าพรรค จัดการทุกอย่างด้วยมือตัวเอง

เพราะอนาคตทักษิณ ฝากไว้กับจำนวนที่นั่ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กู้ไจก้า 3.5 พันล้าน ให้ทุนเด็กเรียนโคเซ็นญี่ปุ่น 400 ทุน
บทความถัดไปมีชัยชี้นัก กม.ต้องใจกว้าง-เป็นธรรม แซะ ‘พวกหัวใหม่’ จ้องเลิก รธน.ทั้งฉบับ