เลือก ‘หน.ปชป.’ โยงนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 อย่างไร?

ใครจะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ ปีหน้านั้น

ประเด็นสำคัญคือ เสียงส.ว. 250 เสียง

รู้กันอยู่แล้วมาจากไหน ?

รัฐธรรมนูญกำหนด ที่มานายกรัฐมนตรี นั่นคือ กึ่งหนึ่งของ 2 รัฐสภา จำนวน 375 (สภาผู้แทนฯ 500 บวกสภาสูง 250 หาร 2 เท่ากับ 375)

ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ต้องมี 376 เสียง

เพราะฉะนั้นเมื่อมีตุนอยู่แล้ว ส.ว.250 หาอีก 125 เสียง

พรรคการเมืองที่ถูกจับจ้องกับตัวเลขขนาดนี้ คือ ประชาธิปัตย์

พรรคที่กำลังสู้ศึกชิงหัวหน้าพรรคคนที่ 8 กันขณะนี้

ประกอบด้วย“เดอะมาร์ค” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน ผู้สมัครหมายเลข 1

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก ผู้สมัครหมายเลข2

และผู้สมัครหมายเลข 3 “เสี่ยจ้อน” นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรค

ใครได้ครองตำแหน่งประมุขพรรค ย่อมเป็น”ตัวแปร”ส่งผลผู้ที่จะมาเป็นผู้นำประเทศ

“เดอะมาร์ค” ชูสโลแกน จุดขายว่า “มุ่งมั่นเรื่องอุดมการณ์ มุ่งหน้าเพื่ออนาคตของประเทศ”

ที่ผ่านเจ้าตัวรับรู้ดีว่า มวลสมาชิหาพรรคสีฟ้าต้องการเป็นรัฐบาล

จับตาดูว่า นายอภิสิทธิ์ จะวางแนวทางไปสู่การตอบโจทย์ นี้ได้หรือไม่

ที่ผ่านมาภาพลักษณ์ 13 ปี การเป็นหัวหน้าพรรค ชูหลักการประชาธิปไตยอย่างแข็งขัน

ครั้งหนึ่งถึงขนาดกล่าวทำนองว่า ให้สมาชิกพรรคที่จะสนับสนุน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็น นายกฯ ไปเข้าสังกัดพรรคอื่น ถ้าจะอยู่กับ ประชาธิปัตย์ ก็ต้องหนุนหัวหน้าพรรค

ที่สำคัญความทรงจำที่มีต่อ “เดอะมาร์ค” คือเด็กดื้อคอนโทรลยาก

เมื่อสถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไป ต้องดูว่าจะลดดีกรี มีความยืดหยุ่นขึ้นบ้างหรือไม่

ส่วน“หมอวรงค์” ถูกเปรียบเป็น “มวยรอง” สู้ทุกทาง ชูมอตโต “กล้าเปลี่ยน เพื่อประชาชน”

สำหรับ แคดิเดตเบอร์ 2 นี้ สำคัญคือผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ นายถาวร เสนเนียม

และมีวิจารณ์ไปถึงว่า”บีฮาย เดอะซีน”คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ทรงอิทธิพลของพรรครวมพลังประชาชาติไทย

คนในพรรคพระแม่ธรณีฯบางส่วนก็เชื่อ แต่แกนนำบางส่วนไม่เชื่อ

เหตุผลคนที่ไม่เชื่อเห็นว่า ถ้าหนุน”หมอวรงค์”ได้นั่งหัวหน้าปชป. ไม่เป็นผลดีต่อพรรครวมพลังประชาชาติไทย เพราะ”ฐานคะแนน” จากคนกปปส.เดียวกัน

และที่สำคัญนายสุเทพ ยังฝากฝังนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ลูกเลี้ยงที่รักเหมือนลูกในไส้ตัวเองกับผู้ใหญ่พรรค ซึ่งได้มีการรับปากดูแลให้มีที่ยืน

ล่าสุดมีข่าวเล็ดลอดมาว่าเตรียมจะมอบเก้าอี้โฆษกพรรค

แน่นอนว่า ถ้าการหยั่งเสียงพลิกโผ “หมอวรงค์”เข้าวิน มีแนวโน้มสนับสนุน”ท็อปบูท”

แต่ขณะเดียวกันอาจส่งต่อคะแนน’พรรค’ตามหัวเมืองใหญ่และกรุงเทพ ฯ ที่คนยังนิยมในนายอภิสิทธิ์ ”หล่อใหญ่”โปรไฟล์ดี อยู่

ขณะที่นายอลงกรณ์ชู “สูตร 456” 4 ปฏิรูป 5 กฎเหล็ก 6 ยุทธศาสตร์

4 ปฏิรูป คือ 1.ปฏิรูปภาวะผู้นำ 2.ปฏิรูปการบริหารจัดการ 3.ปฏิรูปวัฒนธรรมองค์กรยุคใหม่ และ 4.ปฏิรูปวิสัยทัศน์นโยบาย

ส่วน 5 กฎเหล็ก คือ 1.เลือกตั้งสุจริต ไม่ทุจริตเลือกตั้ง 2.หาเสียงสร้างสรรแข่งขันนโยบายความสามารถ 3.รับทุนคุณธรรม ไม่รับทุนสามานย์ 4.ไม่คอร์รัปชั่นฉ้อราษฎร์บังหลวง และ 5. ยึดมั่นระบบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

สำหรับ 6 ปฏิรูป ได้แก่ 1.ยึดมั่นอุดมการณ์พรรค 10 ข้อ 2.พัฒนาสู่สถาบันการเมืองประชาชน 3.เป็นผู้นำการเมืองสีขาวด้วยภาวะผู้นำที่เด็ดเดี่ยวเด็ดขาด 4.อัพเกรดสู่องค์กรทันสมัย “ดิจิตอลประชาธิปัตย์” 5.สร้างคลื่นลูกใหม่และ 6.สร้างนโยบายและวิสัยทัศน์แบบติดดิน ติดดาว ติดโลก ติดรากหญ้า

การหยั่งเสียงจากอดีตสมาชิก ปชป.กว่า 2.53 ล้าน เลือกหัวหน้าปชป.เริ่มขึ้น วันที่ 1-5 พฤศจิกายน โดยระบบอิเล็คทรอนิกส์และเพิ่มให้ลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้ง 350 เขตวันที่ 5 พฤศจิกายนด้วย

เย็นวันที่ 5 พฤศจิกายน รู้แล้วใครคือหัวหน้าพรรคคนที่8 และหยั่งสถานการณ์ไปหลัง 24 กุมภาพันธ์ 2562 ด้วยว่าใครจะได้นายกรัฐมนตรีคนที่30

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ครม. เห็นชอบร่างเอกสารผลลัพธ์การประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรปครั้งที่ 12
บทความถัดไประนองแห่พระใหญ่ม้าทรง 999 องค์ งานถือศีลกินผัก(ภาพชุด)