นิวส์รูมวิเคราะห์ : ‘มาเลเซีย’ แสดงความเป็นห่วง ‘พวกหัวรุนแรง’ คิดอะไรอยู่

เหตุการณ์กลุ่มก่อความไม่สงบจับมัด ครูจ้อง หรือ นายอมตะ สโมทานทวี อายุ 62 ปี อดีตครูที่มีคนนับหน้าถือตาในพื้นที่ แล้วจับแขวนคอในบ้านพักที่ ต.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ก่อนปล้นรถกระบะไปทำคาร์บอมบ์หน้าหน่วยเฉพาะกิจ ตชด.สงขลาพื้นที่ ม.3 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ทำการเสียหายหลายจุด เจ้าหน้าที่ตชด.บาดเจ็บอีกหลายนาย

อีก 2 วันต่อ วางแผนฆ่ากันกลางวันแสกๆ คนร้ายสวมชุดทหารพราน ยิง อส.ชุดคุ้มครองตำบล ภายในโรงเรียนบ้านบูโกะ หมู่ 5 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เสียชีวิต 4 นาย

ทั้ง 2 เหตุ สร้างความสะเทือนขวัญอย่างยิ่ง

ก่อนหน้าเมื่อช่วงท้ายปี 61 เกิดเหตุที่นราธิวาสนับไม่ถ้วน ตั้งแต่คืน 24 ธ.ค. คนร้ายวางระเบิดใส่ตำรวจ สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ เสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 5 นาย

ต่อด้วยช่วงหัวค่ำ 28 ธ.ค. คนร้ายบุกยึด รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกาหนั๊วะ ต.กาลิซา อ.ระเเงะ จ.นราธิวาส จับหมออนามัยและลูกจ้างเป็นตัวประกันแล้วใช้ที่ตั้งโรงพยาบาลเป็นฐานยิงโจมตีฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครอง ต.กาลิซา อ.ระแงะ ชุด อส.ยิงปะทะอย่างดุเดือด จนคนร้ายใส่เกียร์ถอยหลังหนี

วันเดียวกันในพื้นที่ อ.จะแนะ คนร้ายลอบก่อเหตุ 4 จุด วางระเบิดเสาไฟฟ้า ทั้งหัวสะพาน ริมถนนอีก 2 จุด เช่นเดียวกันที่ อ.ศรีสาคร ระเบิดหัวสะพาน ชาวบ้านเจ็บ 4 คน และระเบิดเสาไฟฟ้า ยังมีอีกที่ อ.ตากใบ ระเบิดเสาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

เข้าสู่วันที่ 29 ธ.ค. คนร้ายดักยิงทหารพรานที่ อ.ศรีสาคร เจ็บสาหัส 3 นาย ทั้งระเบิดเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์และรางรถไฟอีก รวมทั้งระเบิดเสาไฟฟ้าที่ อ.ระแงะ ระเบิดเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือ ที่ อ.ศรีสาคร กับ อ.เจาะไอร้อง และระเบิดหมอนรองรางรถไฟที่ อ.รือเสาะ

คืนวันที่ 30 ธ.ค. โจรวางระเบิดเสาไฟฟ้าหัก 2 ต้น ที่ อ.ระแงะ เจ้าหน้าที่พบว่า ระเบิดแสวงเครื่องเหมือนกับที่วางบึ้มเสาไฟฟ้า และหมอนรองรางรถไฟ เมื่อวันที่ 28 และ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ทั้งหมดวางแผนมา เป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มุ่งเป้าพื้นที่ชุมชน ทำร้ายทหาร ตำรวจ หมอ พยาบาล ครู และชาวบ้าน 

การมุ่งก่อเหตุไม่ว่าจะเป็นเพราะอุดมการณ์ใหญ่อะไรก็ตาม ส่วนหนึ่งหวัง เรียกร้อง บางอย่าง หรือหวัง กระตุก การเจรจา สันติสุข หรือไม่นั้น ย่อมถูกนำมาเชื่อมโยงด้วยกันเสมอ

ทุกครั้ง ประชาชนต่างตกเป็นเหยื่ออย่างน่าสงสาร สะเทือนใจอย่างยิ่ง

บีบีซีไทยเสนอข่าวเมื่อ 4 ม.ค.ที่่ผ่านมา การพบกันของ อับดุล ราฮิม นูร์ หัวหน้าคณะผู้อำนวยความสะดวกของฝั่งมาเลเซีย กับ พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ หัวหน้าคณะพูดคุยฯฝ่ายไทย ที่กรุงเทพฯ สรุปได้ว่า ต่างฝ่ายมีความมั่นเหมาะว่า เส้นทางสันติสุขยังเดินหน้าต่อไป ฝ่ายมาเลเซียยินดีช่วยเหลือสนับสนุนประสานงานกลุ่มผู้เห็นต่างที่มีความพร้อมเข้าร่วมพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับฝ่ายไทย ส่วนฝ่ายไทยแจ้งว่าจะเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้เห็นต่างให้พูดคุย มีเสรีภาพแสดงความคิดเห็น ไม่เร่งรัดเพื่อในระยะยาวอยากจะออกจากความขัดแย้งโดยไม่มีการบังคับขู่เข็ญ เป็นการเห็นร่วมกันระหว่างเราและกลุ่มที่เห็นต่างมากกว่าใช้ความรุนแรง หรือการบังคับจากผู้อำนวยความสะดวก

แม้อับดุล ราฮิม เตือนว่า “หากไทยมัวแต่รอกลุ่มหัวรุนแรงซึ่งเป็นพวกที่ไม่ยอมเจรจาให้เข้ามาในกระบวนการสันติภาพก็จะใช้เวลานานเกินไป ก่อนหน้านี้เราได้พยายามให้เขาเข้ามาเจรจาแล้วในสมัยที่ท่านอุดมชัยเป็นหัวหน้าคณะในครั้งแรก แต่ก็พวกเขาก็หนีหายไปถึงสองครั้งสองครา”

มาเลเซียได้ย้ำว่า “เราไม่รู้จริง ๆ ว่าพวกหัวรุนแรงกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่รู้เลยว่าเขาอยากจะเรียกร้องสิ่งใดต่อรัฐบาลไทยก่อนที่พวกเขาจะยุติการต่อสู้”

นี่คือความต่อเนื่องของการเกิดเหตุที่ไม่หยุดหย่อนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับรัฐบาลดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด ที่ส่งสัญญานถึงไทยด้วยความเป็นห่วงอย่างยิ่ง

 

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้‘โปรแจ๊ส’ ไล่จี้ผู้นำสโตรกเดียว ศึกสะวิง ‘บุญชู เรืองกิจ’ ที่ แรนโชชาญวีร์
บทความถัดไป‘ใบเฟิร์น’ ยังไม่มีแพลนแจ้งความเอาผิดมือดีตัดต่อภาพอนาจาร (คลิป)