นิวส์รูมวิเคราะห์ : นโยบาย ‘ทายใจ’ บนสมมุติฐาน ใครคุม ‘รัฐบาลใหม่’

ทางการเมือง ขณะที่ต่างความคิดความเห็นที่ทั้งเชียร์ทั้งเดาใจต่อ “ขั้วจัดตั้งรัฐบาล” กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น

ทางภาคเศรษฐกิจ ก็กำลังเข้มข้นไม่น้อยไปกว่ากัน ทั้งภาคเอกชนและข้าราชการประจำต่างก็ตั้งสมมุติฐานใครกันจะกุมบังเหียน เพื่อมากำหนดนโยบายมหภาคเศรษฐกิจ รวมถึงแนวทางแก้ปัญหาไทยเผชิญเศรษฐกิจฟื้นไม่ได้ตามคาดการณ์

และหลายเสียงยังเทไปคนหน้าเก่าๆ

สมมุติฐานที่หยิบขึ้นมา ตั้งแต่ออกมาตรการพลิกวิกฤตการส่งออกตกต่ำ การแก้ปัญหาราคาเกษตรที่นิ่งมานานแม้เจอภัยแล้งผลผลิตเสียหายของหายไปจากตลาด แต่ทำไมรายได้เกษตรกรไม่สูงตามราคาที่เริ่มแพงขึ้น รวมถึงยอดนักท่องเที่ยวไทย ต่างชาติมาเที่ยวไทยแม้โตได้แต่ยังไม่เกินค่าเฉลี่ย นั่นหมายถึงไม่ได้หวือหวาอย่างที่คาดหวังไว้ และทำอย่างไรที่จะหลบหลีกปัจจัยเสี่ยงภายนอกประเทศ ทั้งเศรษฐกิจซบเซา ตามกำลังซื้อและการค้าโลกทรงกับทรุด

ที่สำคัญ ที่ผ่านต้องแก้ให้ตกว่า ทำไมเทเงินงบประมาณผ่านมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ แต่กำลังซื้อผ่านค้าขายทั่วไปไม่ดีขึ้น ซึ่งเอกชนตั้งข้อเหตุและให้เทียบกับอากาศร้อนอบอ้าวยาวนานอย่างที่เรากำลังประสบ คือแม้ฝนตกลงมา แต่น้ำฝนลงบนถนนที่สะสมร้อนมานานไม่มากพอ น้ำฝนนั้นก็เป็นเพียงแค่หยดน้ำ อย่างไรก็ไม่ชุ่มฉ่ำสดชื่นได้

จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ทุกหน่วยงานออกมาแสดงความไม่มั่นใจ และส่งสัญญาณถึงผู้นำทีมบริหารเศรษฐกิจประเทศ ผ่านการปรับลดคาดการณ์ดัชนีอ้างอิงทั้งหลาย โดยเฉพาะลดคาดการณ์ตัวเลขการขยายตัวส่งออกเหลือ 3-3.5% ซึ่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยังต้องพึ่งพารายได้จากส่งออกเกินครึ่ง หากจะให้เศรษฐกิจไทยโตได้ 3% อย่างต่ำๆ อัตราการเติบโตส่งออกควรเป็นเท่าหนึ่ง หรือต้องโตได้เกิน 5-6%

ยังไม่นับรวมกับเสาปัจจัยหนุนเศรษฐกิจยังไม่คืบหน้าหรือดีขึ้น ทั้งการบริโภคในประเทศ การท่องเที่ยว และการลงทุน ที่หลายโครงการคืบแบบค่อยเป็นค่อยไป ภาพมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยจึงไม่สวยงามนัก

แล้วจะแก้ไขกันอย่างไร!!!

เมื่อสอบถามนักลงทุน นักธุรกิจ นักวิชาการ และผู้ค้าขายริมถนน ความเห็นต่อบุคคลทางการเมืองที่จะมาคุมกระทรวงเศรษฐกิจแตกต่างกัน แต่กลับใจตรงเรื่อง “ทายใจ” นโยบายรัฐบาลใหม่

โดยเชื่อว่า รัฐบาลใหม่จะมาพร้อมกับ “แจก” และ “ส่งเสริมต่างชาติ”

เรื่องแจกนั้น ถูกตอกย้ำความเชื่อนั้นเมื่อมีกระแสข่าวจากกระทรวงการคลังเปรยว่า รัฐบาลใหม่ยังมีเงินเพื่อใช้กับโครงการกระตุ้นและดูแลเศรษฐกิจกว่า 7.7 หมื่นล้านบาท และหนึ่งมาตรการที่จะนำมาใช้คือการแจกเงินผ่านโครงการที่เรียกว่า “สวัสดิการ” โดยยกเหตุผลเงินนี้เข้าระบบจะกระตุ้นจีดีพีได้อีก 0.1%

และเมื่อรัฐมนตรีเก่าทยอยลาออก ทำให้ “งานเฉพาะกิจ” ถูกชะลอไว้ก่อน เพราะเชื่อว่ารัฐมนตรีใหม่มางานเฉพาะกิจที่ต้องดึงเงินประมาณจะถูกดึงออกมาใช้อีก และเดาใจจากประสบการณ์ เมื่อคนเปลี่ยน นโยบายเปลี่ยน และคำสั่งใช้เงินไม่ลดลง ดังนั้น ช่วงนี้จะเกิดสุญญากาศก็เป็นเรื่องปกติของทุกครั้งที่มีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรี

เรื่องส่งเสริมต่างชาติก็เช่นกัน กำลังเป็นแนวคิดที่หน่วยงานรัฐกำลังสาละวนเขียนแผนงานเพื่อปรับโยกหรือขอเพิ่มงบประมาณ หลังมีสัญญาณว่ารัฐมนตรีใหม่อาจเป็นคนหน้าเดิมๆ และตลอดหลายปีที่ผ่านมา การเพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นจากอดีตมากขึ้นเรื่อยๆ จนผู้ลงทุนในประเทศออกอาการน้อยใจว่าทำไมไม่ได้สิทธิประโยชน์คนในประเทศเทียบเท่าหรือดีกว่าต่างชาติ โดยเฉพาะการให้สิทธิทางภาษีและลดหย่อนการลงทุน

จึงเป็นอีกเรื่องที่นักลงทุนไทยจะหยิบขึ้นเสนอรัฐบาลใหม่ทันทีที่เข้าบริหารประเทศ ได้ยินว่าเอกชนเตรียมข้อเสนอไว้เป็นเล่มๆ

ก็เหลือแต่มาดูกันว่ารัฐบาลใหม่จะเสริมเพิ่มเติมอย่างไรกับการแจกและการส่งเสริม ให้ได้ผลแซ่บและได้ใจคะแนนเสียงมากที่สุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ลดเมืองร้อนด้วยมือเรา’ จากกิจกรรมชุมชน สู่โมเดลพัฒนาเมืองสีเขียว เพื่อชีวิต เพื่อธรรมชาติอันยั่งยืน
บทความถัดไป‘บอล ธนวัฒน์’ โพสต์จี๊ด ‘ส.ส.เอื้ออาทร+ส.ว.พวกพ้อง’ เท่ากับสภา..ของแท้ครับ