‘ชบาแก้ว’ กับ 1 ประตูชนะใจ และก้าวต่อไปหลัง ‘บอลโลกหญิง’

คืนวันนี้ (20 มิ.ย.) “ชบาแก้ว” ทีมฟุตบอลสาวทีมชาติไทยมีคิวลงฟาดแข้งรอบแรก นัดสุดท้าย กลุ่มเอฟ ศึก ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2019 ที่ประเทศฝรั่งเศส พบกับ ชิลี

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ไทยยังไม่หมดหวังที่จะสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบสอง โดยนอกจากจะต้องพยายามเอาชนะชิลีให้ได้แล้ว ยังต้องลุ้นให้ผลอีกสนามหนึ่งระหว่าง แคเมอรูน และ นิวซีแลนด์ ในกลุ่มอี ลงเอยด้วยการเสมอด้วย

แม้จะเป็นโจทย์ยาก แต่แข้งสาวไทยและทีมงานทุกคนก็ประกาศสู้สุดใจ ถึงจะทำไม่สำเร็จแต่อย่างน้อยก็เป็นการทิ้งทวนอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังไทยอีกครั้ง

ชบาแก้วร่วมแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ต่อจากการแข่งขันที่แคนาดาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งครั้งนั้นแข้งสาวไทยสร้างประวัติศาสตร์เก็บ 3 แต้ม และยิงได้ถึง 3 ประตู จากชัยชนะเหนือ ไอวอรีโคสต์ 3-2

ส่วนฟุตบอลโลกหนนี้นับเป็นโชคร้ายของสาวไทยที่โดนจับมาอยู่ร่วมกลุ่มกับ สหรัฐอเมริกา แชมป์เก่าและทีมอันดับ 1 ของโลก แถมยังมี สวีเดน ทีมอันดับ 9 ของโลกเป็นอีกอุปสรรคใหญ่

2 นัดแรกของชบาแก้วเจอกับ 2 ทีมระดับท็อปของโลกดังกล่าวไม่เกินไปกว่าที่หลายคนคาดหมาย เมื่อสาวไทยที่เสียเปรียบทั้งรูปร่างและเชิงบอลโดนยิงรวม 18 ประตู โดยเฉพาะนัดเปิดสนามที่ถูกสาวมะกันถล่มขาด 13-0 กลายเป็นสถิติยิงประตูสูงสุดในนัดเดียวในประวัติศาสตร์ทัวร์นาเมนต์

กระนั้น ประตูหนึ่งเดียวที่ชบาแก้วทำได้จาก 2 นัดนี้ ก็ได้รับการยกย่องจากผู้ชมและสื่อจำนวนไม่น้อยว่าเป็นหนึ่งในโมเมนต์แห่งความประทับใจประจำทัวร์นาเมนต์เลยทีเดียว

ช็อตที่ ธนีกานต์ แดงดา วางบอลยาวสุดสวยให้กัปตันทีม กาญจนา สังข์เงิน สปีดหนีแนวรับไวกิ้งเข้าไปซัดบอลตุงตาข่าย กลายเป็นคลิปสั้นที่ถูกทวนซ้ำไปซ้ำมา ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงเชียร์กึกก้องจากผู้ชมรอบๆ อัฒจันทร์ไม่เว้นแม้แต่แฟนบอลของสวีเดนเอง

ภาพที่ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีม น้ำตาซึมคำรามก้อง ขณะเข้าสวมกอด “โค้ชหนึ่ง” หนึ่งฤทัย สระทองเวียน กุนซือทีมชาติไทย ข้างสนาม ตัดสลับกับรอยยิ้มกว้างของสาวๆ ไทยที่กอดกันกลมกลางสนาม ชนะใจโลกโซเชียลแทบทุกมุมโลก

คอมเมนต์ของชาวเน็ตหลายภาษาหลากเชื้อชาติบอกว่า 1 ประตูของสาวไทยสื่อความหมายหลายอย่าง แม้จะได้ชื่อว่าเป็นลูกตีไข่แตกหรือรางวัลปลอบใจ แต่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของเจตนารมณ์แห่งการกีฬาที่การได้เข้าร่วมอาจมีความสำคัญยิ่งกว่าชัยชนะ

บ้างก็ว่านี่คือความสวยงามของกีฬาฟุตบอล เพราะประตูเดียวสำหรับทีมจากชาติเล็กๆ ที่เป็นรองมากๆ อาจมีความหมายไม่ต่างอะไรกับชัยชนะ

แฟนบอลชาวไทยต่างชื่นชมและยกย่องความมุ่งมั่นทุ่มเทของนักเตะทุกคน ทั้งที่เป็นรองคู่แข่งทั้ง 2 ชาติทุกอย่าง แต่ก็ยังขยันวิ่งไม่หยุดตั้งแต่นาทีแรกยันนาทีสุดท้าย

ขณะที่ชาวเน็ตโลกตะวันตกหลายคนถามไถ่ถึงสาวสูทขาวที่ร้องไห้ข้างสนามหลังกาญจนายิงประตูดังกล่าวเข้าไป ก่อนจะมีคนมาตอบคำถามและเล่าประวัติคร่าวๆ ของมาดามแป้งว่าสนับสนุนกีฬาฟุตบอลหญิงของไทยมานาน ซึ่งรวมถึงการรับนักเตะบางส่วนเข้าทำงานในบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพื่อให้มีรายได้และไม่ต้องกังวลกับการฝึกซ้อม

ด้านสำนักข่าว บีบีซี ของอังกฤษ นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับวงการฟุตบอลหญิงไทยว่ายังคงอยู่ระหว่างการพัฒนา โดยยกตัวอย่างว่าในฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกหนก่อน ไทยมีนักเตะหญิงขึ้นทะเบียนแค่ราว 1,000 ราย และไม่มีลีกให้เตะนานถึง 14 เดือนระหว่างปี 2017-2018

การที่ชบาแก้วได้ไปเตะฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ฝรั่งเศสจึงเป็นเรื่องราวแนว “ฟีลกู๊ด” สำหรับคอบอลและสื่อตะวันตก ซึ่งไม่ว่าบทสรุปของสาวไทยในคืนนี้จะเป็นอย่างไร ก็ถือว่าได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างน่าประทับใจแล้ว

โจทย์ต่อไปหลังจากนี้คือการพยายามพัฒนาและยกระดับวงการฟุตบอลหญิงให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายที่การพยายามกลับไปแข่งขันฟุตบอลโลกหนต่อไปในอีก 4 ปีข้างหน้าให้ได้

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การที่ชบาแก้วคว้าโควต้าฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายทั้งปี 2015 และ 2019 นั้น เนื่องจากบทลงโทษที่ เกาหลีเหนือ ได้รับ เป็นปัจจัยส่วนหนึ่ง

ย้อนไปเมื่อปี 2015 นักเตะสาวโสมแดง 5 รายไม่ผ่านการตรวจสารต้องห้าม จึงโดน สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ลงโทษแบน ห้ามร่วมแข่งขันรายการทุกระดับ ซึ่งรวมถึงการคัดฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก ไทยจึงได้ลุ้นโควต้าเบียดกับเวียดนามอย่างสูสี

ส่วนฟุตบอลโลกหนนี้ ตอนเตะรอบคัดเลือก ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2018 (เอเอฟซี วีเมนส์ เอเชียนคัพ) ซึ่งเป็นศึกคัดโควต้าโซนเอเชียของฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก เกาหลีเหนือที่ไม่ได้เป็นทีมวางโดนจับไปอยู่กลุ่มเดียวกับเกาหลีใต้ ทั้ง 2 ทีมต่างมีสถิติชนะ 3 เสมอ 1 รวม 10 คะแนนเท่ากัน แต่ผลต่างประตูได้เสียของเกาหลีเหนือแย่กว่า จึงตกรอบไปฉิวเฉียด

หลังจากไม่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายมา 2 ครั้งติด อีก 4 ปีข้างหน้า แข้งสาวโสมแดงคงไม่ยอมพลาดอีกต่อไป หมายความว่าตั๋ว 5 ใบของโซนเอเชีย (ถ้าโควต้าไม่เปลี่ยนแปลง) นอกจากขาประจำอย่าง ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้แล้ว ไทยยังต้องลุ้นแย่งโควต้ากับเกาหลีเหนือ ขณะเดียวกันก็ประมาทคู่ปรับโซนอาเซียนอย่างเวียดนามไม่ได้เช่นกัน

ถ้าการพัฒนายังคงขาดช่วงหรือหยุดชะงักแบบที่สื่อต่างชาติเอาไปตีแผ่ เกรงว่าความฝันที่จะได้เล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายหนที่ 3 อาจจะหลุดลอยไปได้

สิ่งสำคัญที่สุดคือการสนับสนุนอย่างยั่งยืนจากหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงการดำเนินการอย่างมีแบบแผนขององค์กรที่รับผิดชอบโดยตรงอย่าง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ผลักดันให้มีลีกฟุตบอลหญิง หรืออย่างน้อยก็มีเกมเตะสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่อง รวมทั้งการสร้างฐานนักกีฬา และเฟ้นหานักเตะลูกครึ่งต่างแดนที่มีทักษะพื้นฐานดีอยู่แล้วมาช่วยเสริมทัพ

ทุกอย่างต้องทำควบคุมกันไปหลายหน่วยงานและองค์กรอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นภาระความรับผิดชอบของใครคนใดหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่เพียงฝ่ายเดียว

เพราะต่อให้เรื่องราว “ฟีลกู๊ด” ยังไง แต่ถ้าใช้มุกเดิมซ้ำบ่อยๆ ก็เฝือได้เหมือนกัน!

บทความก่อนหน้านี้09.00 INDEX ทำไม หัวหน้า พลังประชารัฐ ควรเป็น ประยุทธ์ จันทร์โอชา
บทความถัดไปกริช หิรัญพฤกษ์ เล่าบทเรียนร้าย จอดรถแค่ 5 นาทีที่อเมริกา โดนโจรทุบ กวาดไปเกลี้ยง