มีเสียว! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ‘ครม.บิ๊กตู่2’ จะออกหัวหรือออกก้อย

เพียงสัปดาห์แรกหลังรัฐมนตรีในรัฐบาล “ประยุทธ์2” เข้ากระทรวงที่ตนได้รับมอบหมาย ข้าราชการและประชาชนก็แตกตื่น เมื่อรัฐมนตรีออกอาการฟิตจัด ทั้งเรียกประชุม มอบโยบาย สั่งงาน และลงพื้นที่พบปะ ไม่เว้นแม้วันหยุดเสาร์หรืออาทิตย์

โดยที่ทุกรัฐมนตรี จะชี้แจงให้เห็นว่าหลังเข้ารับตำแหน่งแล้ว แนวทางและนโยบายการทำงาน จะเป็นอย่างไร แน่นอนส่วนใหญ่ เร่งขับเคลื่อนการทำงานที่ให้สอดรับกับนโยบายพรรคที่ได้หาเสียงไว้ และหลายรัฐมนตรีประกาศจะเห็นผลงานภายใน 3 เดือน ภายใน 100 วัน

หลายโครงการไปในทิศทางเดียวกัน แต่ก็มีหลายโครงการ มีสัญญาณจะไม่ราบรื่นเสียแล้ว

หนึ่งในนั้น คือ โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ หรือมักถูกเรียกกว่าบัตรคนจน ซึ่งมีจุดเริ่มมาตั้งแต่รัฐบาลประยุทธ์1
สัญญาณแรก เมื่อมีการสอบถามหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร ก็ไม่ให้คำตอบที่ชัดเจนว่าจะเดินหน้าแบบเดิมคือใช้จ่ายผ่านร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ หรือ ปรับใหม่เปิดเสรีใช้บัตรซื้อได้กับทุกร้านค้า  หรือ ปล่อยว่าง !!

ตรงกันข้ามกับหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ออกตัวตั้งแต่วันแรกที่เข้ากระทรวงการคลังประกาศเดินหน้าบัตรคนจน  และล่าสุดเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประกาศใช้นโยบายพลังงานในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยด้วย

ย้อนไปดูผลของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบว่า  ประชาชนที่ลงทะเบียนเป็นผู้มีรายได้น้อยกว่า 14 ล้านคน จะนิยมใช้เงินที่รัฐโอนให้กับการจับจ่ายซื้อของกินของใช้มากสุด ทั้งๆที่รัฐให้สวัสดิการด้านพลังงาน และคมนาคม ด้วยก็ตาม ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ที่เป็นแม่งานใหญ่ เร่งหาช่องทาง และเลือกใช้ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ เป็นฐานให้บริการผู้ถือบัตร จึงเร่งขยายทั้งร้านแบบติดตั้งเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์(EDC)และแบบใช้แอปพลิเคชั่น “ถุงเงินประชารัฐ” จนปัจจุบันมีกว่า70,000 ร้านค้า เฉลี่ยใช้จ่ายเดือนละ 4,000 ล้านบาท
และตั้งแต่ดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 ถึงปัจจุบัน ยอดใช้จ่ายเงินสวัสดิการแห่งรัฐเข้าหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้วกว่า 7 หมื่นล้านบาท

ที่โครงการบัตรคนจน ถูกมองว่ามีความเป็นไปได้สูง อาจไม่เหมือนเดิม ด้วยดูจากสัญญาณจากฝ่ายปฎิบัติงานในกระทรวงพาณิชย์เอง ระบุว่า จากนี้เร่งยกระดับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ให้ครบเครื่องทั้งสินค้าและบริการต่างๆหรือเคาน์เตอร์เซอร์วิส เพื่อให้แข่งขันกับร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่และทำธุรกิจได้อย่างยั่งยืน  แทนที่จะเร่งขยายจำนวนร้านเหมือนปีก่อน

ดังนั้น วงเงิน 4 พันล้านบาทต่อเดือนจากนี้  ออกหัวออกก้อยไปตกที่ใคร จะเป็นการช่วยเหลือแบบเดิมๆหรือแบบใหม่ๆ เรื่องนี้มีลุ้นยาว !!

 

บทความก่อนหน้านี้สนามแตก!วอลเลย์บอลสาวไทยเชือดเจ้าถิ่นอินโดศึกสกูลเกมส์
บทความถัดไปคนขับแกร็บคาร์ร้องสื่อ ถูก รปภ.สนามบินเชียงใหม่เตะต่อยน่วม ก่อนเรียก ตร.มาจับ