รัฐบาล เสียงปริ่มน้ำ ปากกล้าขาสั่น

รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ และโหวตแพ้ฝ่ายค้านมาแล้ว 2 ครั้ง แต่บรรดาผู้นำของพรรคร่วมรัฐบาล ต่างไม่กังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่รู้สึกเสื่อมเสียหน้าแต่อย่างใด

ทั้้งยังมั่นใจจะไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล

ซึ่งบรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลให้เหตุผลคล้ายๆ กันคือ เป็นร่างข้อบังคับสภาผู้แทนราษฎร ที่ไม่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย และการโหวตนั้น จะยึดตาม กมธ.เสียงข้างมากอยู่แล้ว

ทั้งยังโทษสถานที่คือ รัฐสภาใหม่ว่า ยังไม่สะดวกและครบถ้วนสมบูรณ์ บางจุดก็ไม่ได้ยินเสียง ทำให้ ส.ส.ที่ออกมาผ่อนคลายอิริยาบท กลับเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติไม่ทัน

แต่ไม่โทษ ส.ส. ที่อาสาเข้ามาเป็นตัวแทนประชาชนแล้วจะต้องมีความรับผิดชอบ และร่างข้อบังคับสภาฯ ก็เป็นเรื่องที่ใช้บังคับกับส.ส.โดยตรง แต่หลายคนดูเหมือนว่า จะไม่ให้ความสำคัญหรือใส่ใจ

โดยแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลต่างยืนยันว่า หากเป็นการลงมติวาระสำคัญ หรือร่างกฎหมายฉบับสำคัญๆ จะไม่เกิดปัญหาเสียงรัฐบาลโหวตแพ้ฝ่ายค้านแน่นอน

มั่นใจว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะคุมกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

ความมั่นใจนี้ น่าจะเกิดจากกรณีมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 180/2562 แต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร หรือวิปรัฐบาล รวม 61 คน

มี “วิรัช รัตนเศรษฐ” จากพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เป็นประธาน มีรองประธาน 3 คนคือ “ชินวรณ์ บุณยเกียรติ” จากพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) “ชาดา ไทยเศรษฐ์” จากพรรคภูมิใจไทย(ภท.) และ”วิเชียร ชวลิต” จากพรรค พปชร.

ในจำนวนวิปรัฐบาล 61 คน มาจากพรรค พปชร. 24 คน, พรรค ปชป. 14 คน, พรรค ภท. 9 คน, พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) 3 คน, พรรคชาติพัฒนา(ชพน.) 2 คน, พรรคพลังท้องถิ่นไทย(พทท.) พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย(รป.) พรรคประชาภิวัฒน์(ปชภ.) และรวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) พรรคละ 1 คน

วิปรัฐบาลยังมีทีมที่ปรึกษาอีก 6 คนคือ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จากพรรค พปชร. “พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จากพรรค พปชร., “เทวัญ ลิปตพัลลภ” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จากพรรค ชพน., “กอบศักดิ์ ภูตระกูล” กรรมการและเลขานุการ ครม.เศรษฐกิจ จากพรรค พปชร., “สุรชัย ภู่ประเสริฐ” รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง ของนายวิษณุ เครืองงาม รองนายกฯ และ”ฐะปาณีย์ อาจารวงศ์”

ถือเป็นวิปรัฐบาลที่มีจำนวนมาก เมื่อเทียบกับส.ส.ฝ่ายรัฐบาลแล้ว เท่ากับว่า วิป 1 คน จะดูแลแค่ ส.ส. 4 คน

โดยขณะนี้รัฐบาลมี 254 เสียง และเมื่อ”มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ ประกาศเป็นฝ่ายค้านอิสระ ก็จะเหลือ 253 เสียง
หากตัดประธานสภาฯ ที่ต้องงดออกเสียง ก็จะเหลือเพียง 252 เสียง

เสียงของรัฐบาลที่ปริ่มน้ำนี้ แค่ฝ่ายค้านขอให้นับองค์ประชุมก็เสี่ยงที่จะให้สภาล่มแล้ว เพราะจะต้องมีส.ส.ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

ฝ่ายรัฐบาลจึงมีความเสี่ยงที่จะโหวตแพ้ฝ่ายค้านตลอดเวลา จึงต้องห้าม ส.ส.ลากิจ และไม่ให้ป่วยในวันที่จะโหวตลงมติในวาระสำคัญ

ดังนั้นการตั้งวิปรัฐบาลจำนวนมาก จึงเหมือนจะสวนทางกับที่บอกว่า ไม่กลัวการโหวตแพ้ฝ่ายค้าน

ซึ่งการคุมกันละเอียดยิบแบบนี้ ก็ย่อมทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง

ขณะที่ราคา”งูเห่า”ก็พุ่งพรวด

 

 

บทความก่อนหน้านี้ปธ.มูลนิธิอันดามัน นำกรณีพะยูน‘มาเรียม’ผลักดันแก้ปัญหาขยะพลาสติก‘ชง4ภารกิจ’เมืองตรังปลอดโฟม
บทความถัดไปอว.มอบรางวัล”ครู – นักเรียน”ผลงานดี ด้านวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย