ปปง. อายัด เครือข่ายยา “ไซซะนะ” 75 รายการ กว่า 30 ล้าน

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการธุรกรรมซึ่งมีการประชุมในวันนี้ มีมติให้เลขาธิการ ปปง.ส่งเรื่องเพิ่มเติมให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดรายคดีกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ รวมมูลค่า 168 ล้านกว่าบาท พร้อมดอกผล ตกเป็นของแผ่นดิน และมีมติยึดและอายัดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดรายคดีเครือข่ายยาเสพติดไซซะนะ รวมมูลค่า 30 ล้านบาท

ทั้งนี้ การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของทั้ง 2 รายคดีดังกล่าว จากการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า ในรายคดีกลุ่มบุคคลเกี่ยวกับการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวฯ หรือรายคดีเสี่ยเปี๋ยงนั้น เป็นการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยที่ผ่านมา สำนักงาน ปปง. ได้ดำเนินการกับทรัพย์สินในรายคดีดังกล่าวตั้งแต่ปี 2559 รวมจำนวน 14 ครั้ง มูลค่าทรัพย์สินที่มีการยึดและอายัดประมาณ 16,000 ล้านบาท และในการประชุมวันนี้คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติให้เลขาธิการ ปปง. ส่งเรื่องเพิ่มเติมให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลแพ่งสั่งให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (ที่ดิน) จำนวน 58 รายการ พร้อมดอกผล รวมมูลค่า 168,033,850 บาท ตกเป็นของแผ่นดิน

นอกจากนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในความผิดมูลฐานยาเสพติดเครือข่ายไซซะนะ จำนวน 75 รายการ เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เงินสด เครื่องประดับ ทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 30 ล้านบาท

พล.ต.ต. ปรีชา กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการตัดวงจรอาชญากรรรมและตัดเส้นทางทางการเงินของผู้กระทำความผิด สำนักงาน ปปง. จะเน้นการสืบสวนขยายผล เพื่อยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในคดีต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ให้เกิดความเข้มข้นและเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ในการทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและเพื่อความสงบสุข ความมั่งคงของประเทศชาติต่อไป ภายใต้ปรัชญาการทำงานที่ว่า “ทรัพย์สินใดเป็นของแผ่นดิน ทรัพย์สินนั้นต้องกลับคืนแผ่นดิน โดยไม่มีเงื่อนไข ด้วยกฎหมายฟอกเงิน”

บทความก่อนหน้านี้รมช.มท.ลงพื้นที่ร้อยเอ็ด เร่งแก้ปัญหาหลังน้ำลด ย้ำรบ.พร้อมจ่าย 7.6 พันล. เยียวยาผู้ประสบภัย 32 จว.
บทความถัดไป“อนุทิน” ขนลุกรพ.ขึ้นป้ายแบน “สารพิษ” สั่งคน สธ.ประกาศกลางที่ประชุมคกก.วัตถุอันตรายลงมติเปิดเผย