แก้เกม”แย่งลงเขต” อีกโจทย์พรรคใหญ่ สู้เลือกตั้ง

ยุทธการพลังดูดของผู้มีอำนาจ อยู่ระหว่างฟอร์มทีมไปสู่เป้าหมายอยากอยู่ยาว ผ่านการตั้งพรรคการเมืองเป็นของตัวเอง ที่ดูจะเด่นชัดที่สุดคงไม่พ้น “พรรคพลังประชารัฐ” ที่มี “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลและ คสช. พร้อมกับเครือข่าย เดินสาย “แจกการ์ดเชิญ” อยู่ในเวลานี้

หน้าฉากแม้จะยังไม่ได้มีใบเสร็จชัดเจน ถึงราคาค่างวด ชื่อ แซ่ ของอดีต ส.ส. ของแต่ละพรรคที่จะย้ายค่ายหันมาร่วมชายคากับ “พรรคทางเลือกที่สาม” ที่จะหนุน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. คัมแบ๊กสู่ทำเนียบรัฐบาลในเก้าอี้ “สร.1” อีกครั้ง

แต่หลังไมค์เครือข่ายของผู้มีอำนาจ ต่างเดินหน้าพลัง “ดึง-ดูด-บีบ” ในทุกพื้นที่ เพื่อหวังโกยคะแนน ตัดแต้มต่อ เก้าอี้ ส.ส.ของพรรคเก่า เจ้าของพื้นที่

เพราะทุกคะแนนในการชิงชัยเลือกตั้ง ส.ส. หากไม่เจอโรคเลื่อน คือ เดือนกุมภาพันธ์ 2562 ถือว่ามีค่าเป็นอย่างมาก จะเป็นตัวชี้ขาดว่าพรรคไหน จะได้เป็นผู้นำการจัดตั้งรัฐบาล

ยิ่งไฟต์บังคับตามรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดไว้ใน มาตรา 83 ที่ระบุว่า ให้มี ส.ส.เขต 350 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน ด้วยบัตรเลือกตั้งใบเดียว นับทุกคะแนน ในระบบการเลือกตั้งแบบ “จัดสรรปันส่วนผสม” เพื่อไม่ให้คะแนนไม่ตกน้ำ

โดยเฉพาะการชิงชัย ส.ส.เขตทั้ง 350 คน ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ฟันธงไว้ล่วงหน้าว่าดุเดือดไม่น้อย เพราะพรรคใหญ่ เจ้าของพื้นที่เดิมทั้ง พรรคเพื่อไทย กวาดเก้าอี้ ส.ส.แบบแลนด์สไลด์ ในภาคอีสาน และพรรคประชาธิปัตย์ แชมป์เก่าในพื้นที่ภาคใต้ คงจะต้องเลือกเฟ้นผู้สมัคร ส.ส. “เนื้อดี พิมพ์นิยม”

ประเภทเจ้าของพื้นที่เดิม มีคะแนนเสียงในกระเป๋าระดับ 5-6 หมื่นคะแนน จะถือว่าเป็นอดีต ส.ส. “เกรดเอ” มีภาษีดีกว่าใครเพื่อนที่จะได้ลงชิงชัย ส.ส.เขตของแต่ละพรรค

ยุทธศาสตร์ที่แต่ละพรรคจะใช้สู้ศึกเลือกตั้ง โดยเฉพาะการชิงชัย ส.ส.เขต จะต้องส่งผู้สมัคร ส.ส.ที่จะกวาดคะแนนในพื้นที่นั้นๆ ให้มากที่สุด เนื่องด้วยระบบการเลือกตั้งใช้บัตรใบเดียวเลือกทั้ง ส.ส.เขต และนำคะแนนที่ได้ในเขตนั้นๆ ไปคำนวณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคพึงจะได้ด้วย

งานนี้พรรคใหญ่ต่างกุมขมับไปตามๆ กัน ที่จะต้องเจอกับสภาวะ “คนแย่งกันลงเขต” และ “การทำไพรมารีโหวต”

เพราะอดีต ส.ส.ที่ตกงานกันมากว่า 4 ปี ทุกคนต่างที่อยากจะมีงานทำกันต่อ โดยเฉพาะการชิง ส.ส.เขตนั้น เป็นอะไรที่จับต้องได้ง่ายกว่า เห็นหน้าค่าตา คู่ต่อสู้ในแต่ละเขตชัดเจน ปิดหีบเลือกตั้งนับคะแนนกันไม่กี่ชั่วโมงก็รู้ว่า ใครจะเข้า “วิน” ได้นั่งเก้าอี้ ส.ส.

ไม่ต้องไปรอลุ้นก๊อกสองแบบหืดจับกับ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่แต่ละคนยังไม่รู้ว่าจะได้อยู่ในลำดับต้นๆ ของบัญชีรายชื่อ และคะแนนของพรรคที่ได้ จะเพียงพอต่อการคำนวณให้แต่ละคนได้เป็น ส.ส.กันหรือไม่

ทั้งหมด ทั้งมวล คือ อีกหนึ่งโจทย์แต่ละพรรคจะต้องแก้เกมเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งในครั้งหน้า

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตร.ยันไม่กดดัน คดีรีสอร์ทดาราดังรุกป่าเขาค้อ
บทความถัดไปสรุปความคิดเห็นผู้ใช้เฟซบุ๊ก-ทวิตเตอร์ ‘มติชน’ ถึงเวลาปลดล็อกพรรคการเมือง 85% ไม่ถึงเวลา 15%