เรียงคนมาเป็นข่าวสเปเชียล ประจำวันที่ 3 พฤษภาคม 2563

เรียงคนมาเป็นข่าวสเปเชียล ประจำวันที่ 3 พฤษภาคม 2563

⦁…กระแสการเสียชีวิตด้วยการผูกคอฆ่าตัวตายกับคานประตูของ น้องปรายฝน อ่ำสาริกา อายุ 19 ปี รปภ. จนสื่อสังคมออนไลน์นำไปแชร์กันกระจาย ทั้งคำตัดพ้อถึงความยากจนข้นแค้น ชีวิตลำบากด้วยพิษเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน ซึ่งบรรยายสรรพคุณ คร่ำครวญพรรณนาในเฟซบุ๊ก พร้อมโพสต์ภาพวาดลายเส้นสวยงาม เป็นภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และมีบทกลอนลึกซึ้งกินใจ “เพื่อนเอยฉันอยู่ไหน สุดท้ายไปไม่ถึง” จนทำท่าจะบานปลาย กลายเป็นไม้ขีดไฟจุดความเกลียดชังให้ลุกพรึบ ขึ้นนำโด่งแทบทุกแผ่นชาร์ต รัฐบาล “บิ๊กตู่” น่าจะมีโอกาสโดนของหนัก “ตายเพราะเด็ก” ได้สูง หากปล่อยให้ข่าวลื่นไหลไปตามธรรมชาติ “ความรู้สึกร่วม” กับ “น.ส.ปรายฝน” มีปริมาณสูง แต่บังเอิญว่า “บิ๊กตู่” แกมีของดี มี “นักเลงดี” อนุเคราะห์มาช่วยสับ “คัตเอาต์” ดับไฟพะเนียงให้ ผู้แผ่กุศล เนื้อนาบุญอันใหญ่หลวงดังกล่าวคือ “ลูกหาบ” เพื่อไทย ที่คงอยากเอาใจ “นายแดนไกล” ซึ่งน่าจะไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ลงชื่อร่วมแจมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม สถานการณ์เลยเด้งกลับ เพราะแปรสภาพเป็น “การเมือง” คู่แข่งที่กำลังเพลี่ยงพล้ำ หยิบมาโต้กลับ …โง่แล้วอยากนอนเตียงแบบนี้ รบร้อยครั้งก็แพ้ร้อยครั้ง เชื่อเตอะ …สำหรับ พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติที่มีชื่อปรากฏเป็นเจ้าภาพร่วมด้วยในวันแรกๆ ที่บำเพ็ญกุศลนั้น เจ้าตัวแจ้งว่า เพราะบ้านของผู้เสียชีวิตและวัดแสนภูดาษ ที่ตั้งศพทำพิธีอยู่ในพื้นที่เขตเลือกตั้งของตัวเอง คือบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นการร่วมทำบุญทำกุศลเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ว่ารายไหนๆ ที่เสียชีวิตหรือกรณีอื่นๆ จะร่วมบุญในนามของ “ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม” อันเป็นตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยเสมอมา

⦁⦁⦁⦁⦁⦁


⦁…ช่วงนี้เป็นข่าวถี่กว่าพ่อ ก่อนหน้านี้ สิตมน รัตนาวะดี เดินสายตามชุมชนแจกอาหารช่วยชาวบ้านที่ลำบากจากโควิด-19 อาทิตย์ที่แล้วอีกบริบท ในนามของผู้ก่อตั้งโครงการ “โอบช้าง” เดินสายในนาม “กัลฟ์ เอ็นเนอร์จีฯ” มอบเงิน ยาและเวชภัณฑ์ช่วยเหลือช้างเพื่อสู้ภัยโควิด-19 ให้แก่สมาคมสหพันธ์ช้างไทย จ.เชียงใหม่ โรงพยาบาลช้าง จ.ลำปาง และโรงพยาบาลช้าง สาขาภาคใต้ จ.กระบี่ ภายใต้ “สถาบันคชบาลแห่งชาติ” เพราะช้างไทยมีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ไม่ใช่น้อยให้กับประเทศ แต่ต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหาร ปราศจากสวัสดิการและการเยียวยาอย่างเหมาะสม ซึ่งโครงการ “โอบช้าง” ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2556 รวมเวลากว่า 7 ปีมาแล้ว “กัลฟ์ฯ” ก่อตั้งขึ้นมาและให้ “หนุ่มออม” ดูแลรับผิดชอบ เพื่อช่วยเหลือช้างไทย สัตว์ประจำชาติ ที่มีเหลืออยู่กว่า 1,000 เชือกทั่วประเทศ โดยครั้งนี้ได้มอบเงิน ยาและเวชภัณฑ์ มูลค่า 124,320 บาท และในบางส่วนเพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนำไปซื้ออาหารให้แก่ช้าง

คุณอ้อ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พ่อเมืองสองแคว เซ็นคำสั่งห้ามจำหน่ายสุรา ต่อไปอีก 1 เดือน!
บทความถัดไป“ฮู” ขอทั่วโลกคลายล็อกช้าๆ หวั่น “โควิด-19” พุ่งอีกรอบ ศบค.ขอ “สวมหน้ากาก-เวิร์กฟรอมโฮม” ต่อ