สถานีนี่นี้…ปัจจุบัน สถานีหน้านั้น…มรณะ

สถานีนี่นี้…ปัจจุบัน สถานีหน้านั้น…มรณะ

ชาวบ้านทั่วไปปลาบปลื้มยินดีกันถ้วนหน้า ที่เข้าใจตรงกันว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้าน เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2564 พูดได้ตรงและดีที่สุดในระบอบประชาธิปไตย

รัฐบาลซึ่งจวนอยู่จวนไปในสายตาพี่น้องประชาชน ไม่น่าจะยึดยุทธศาสตร์แห่งชาติฉบับเดียวได้ เพราะกลายเป็นทางหายนะเอาดื้อๆ

ต้องอาศัยยุทธศาสตร์รอบตัวเฉพาะหน้าหรือไม่ก็จัดทีมระดมความคิดสนองตอบต่อเหตุปัจจุบันทันด่วน ด้วยการยืนข้างคนส่วนใหญ่ ในทางชอบทางควร

ไม่ใช่ตะแบงสวมสีเทาไปเรื่อยๆ

แล้วแอบยืนพิงหลังตึกสีขาว

อีหรอบนี้ วันตึกถล่มน่าจะอยู่ไม่ไกล

ลองใช้ จะนะ ปักษ์ใต้ และ บางกลอย เพชรบุรี เป็นตัวอย่างดูก็ได้ อย่าชักช้ากับปัญหาคนส่วนใหญ่ที่ถูกต้อง อย่าตะแบงหรือบิดตามข้อเสนอเพราะผลประโยชน์แฝง หรือเอาชนะคะคานด้วยอัตตาแบบเตี้ยอุ้มค่อม

ปัญหาต่างๆ ของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ตัดสินด้วยคณะบุคคลบางกลุ่มบางเหล่าที่ปากมอมและหน้าเหม็น

หากเสกให้หายไปได้ในพริบตา ถ้าเรายืนอยู่กับคนส่วนใหญ่จริง

ยังมีอีกร้อยแปดพันเก้าเรื่องที่รัฐบาลถูกอภิปรายต้องรีบทำ ถ้าทำเป็นและใช้คนเป็น

โควิดเปลี่ยนโลกเที่ยวนี้ ยังโลกให้หมุนกลับ 360 องศา

เอาประเทศไทยเป็นตัวอย่าง

ยาเข้าช้าก็เท่ากับคอยวันตาย ทบความผิดหวังมาแต่ละวัน

จะเริ่มนับหนึ่งอะไร อย่างไร เมื่อไร และที่ไหน

ความสะอาดและความเป็นแข็งแรงด้วยความเพียบพร้อม ควรเริ่มต้นที่ใคร

ไอ้หน้าเศร้า เล่าความเท็จ เริ่มต้นได้หรือ?

หรือขึ้นอยู่กับผู้นำชุมชนทั้งปวง ตั้งแต่ผู้ว่าฯ ลงมาถึงสารวัตรกำนัน

ที่จะนำทำความสะอาดทุกชุมชนทั่วประเทศ จะนำวิ่งเหยาะๆ เช้าตรู่เป็นหมู่บ้านแรก เพื่อความสดชื่นและแข็งแรงกลับคืนมา

ยุทธศาสตร์สามัญชนเช่นนี้ อยู่กับคนปกติเท่านั้น อาบตัวสีเทาเมื่อไร สีไม่เปลี่ยนสี เคราะห์กรรมของบ้านเมืองก็เริ่มกวักมือถี่ขึ้น

ขรัวตาขำ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon