มองอนาคต กทม. – ผลการสำรวจโพลเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ที่จะมีขึ้นวันที่ 28 มิถุนายน พบว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครหมายเลข 9 นำโด่ง
แม้จะเกิดปรากฏการณ์รุมสกรัมนายชัชชาติ โดยมีเหตุจากข้อร้องเรียนประเด็นระบบอากง แต่ดูจากความคิดเห็นของประชาชนยังมองว่านายชัชชาติยังเข้าเส้นชัย
ขณะที่เหลือเวลาการหาเสียงอีกไม่ถึง 20 วัน และ “ต้นทุน” นายชัชชาติจากผลงานครั้งที่ผ่านมามีมาก ประจวบเหมาะกับคู่แข่งยังไม่มีหมายเลขใดกระโจนขึ้นมาแบบ “หายใจรดต้นคอ”
เมื่อสดับฟังไปทางไหนก็มีแต่มองว่านายชัชชาติมาแรง ในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้งจึงมองหานโยบายของนายชัชชาติมาอ่าน เพราะหากนายชัชชาติได้เป็นผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย สิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นใน กทม.
การเลือกตั้งครั้งนี้นายชัชชาตินำเสนอ 250+ นโยบายและ 251 แผนงานพัฒนากรุงเทพฯ
อธิบายนโยบายโดยแบ่งแกนหลัก 4 แกน ประกอบด้วย คนอยู่ดี เมืองน่าอยู่ เศรษฐกิจไปได้ และระบบมีประสิทธิภาพ
ภายใต้แกน “คนอยู่ดี” แยกเป็นแนวทางที่จะทำใหญ่ๆ แบ่งเป็นกลุ่มสุขภาพ คุณภาพชีวิต และการศึกษาและการเรียนรู้
ในแต่ละกลุ่มยังแยกย่อยออกไปเป็นนโยบายด้านต่างๆ อาทิ ตรวจสุขภาพฟรีถ้วนหน้า สกรีนยาเสพติดทุกชุมชน ขยายสิทธิบัตรทองรองรับผู้ป่วย 1.3 ล้านคน เพิ่มเตียงโรงพยาบาลอีก 2,000 เตียง รอคิวพบแพทย์โรงพยาบาล กทม.ไม่เกิน 1 ชั่วโมง แจ้งเบาะแสยาเสพติดได้อย่างปลอดภัย
ภายใต้แกน “เมืองน่าอยู่” แยกเป็นกลุ่ม การเดินทาง การจัดการมลภาวะ พื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะ และสาธารณภัยและภัยพิบัติ
มีนโยบาย อาทิ สร้างเมืองเดินได้ สร้างเมืองปั่นสะดวก เพิ่มสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ 200 แยก บำบัดน้ำเสีย พัฒนาคลองให้ทำกิจกรรมทางน้ำได้มากขึ้น เพิ่มสวนป่าล้อมเมืองขนาดใหญ่ใน 6 เขต ปลูกไม้ยืนต้นอีกล้านต้น พัฒนาเมือง 15 นาที เป็นต้น
ภายใต้แกน “เศรษฐกิจไปได้” แยกเป็นกลุ่ม ทักษะแรงงานและเศรษฐกิจ งานบริการและความโปร่งใส
มีนโยบาย อาทิ แพลตฟอร์ม Next Learn และ NextTurn อบรมทักษะฟรี 1 ล้านชั่วโมง, ส่งเสริม AI และทักษะอาชีพ จัดเทศกาลระดับโลกเพื่อดึงนักท่องเที่ยว สร้าง Market Place หางานให้ผู้สูงอายุ เป็นต้น
และภายใต้ “ระบบมีประสิทธิภาพ” เน้นการบริหารจัดการเมือง มีนโยบายใหญ่ๆ อาทิ เดินหน้าเชิงรุกหาปัญหาเมืองควบคู่กับ Traffy Fongdue ดึง AI มาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลเมือง สร้างแพลตฟอร์มให้ประชาชนเสนอไอเดียพัฒนาเมือง ต่อยอด Bangkok City Lab แจกโจทย์เมืองให้เครือข่ายร่วมสร้างสรรค์
และที่น่าจับตามองคือ การผลักดัน พ.ร.บ.กรุงเทพมหานคร ปรับขอบเขตอำนาจของ กทม. เป็นต้น
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในนโยบายที่นายชัชชาติจะทำ หากได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯกทม.
แล้วผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.คนอื่นๆ ล่ะ มีนโยบายอะไรที่จะตอบสนองคน กทม.
ถ้าเป็นไปได้อยากเสนอให้เปิดพื้นที่หรือให้เวลาผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.แต่ละคนได้นำเสนอนโยบาย
ผู้สมัครจะได้พูด ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้ฟัง
หรือถ้าจะมีดีเบตผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. เรื่องนโยบายก็น่าสนใจไม่น้อย
แต่ต้องยอมรับว่าทุกอย่างต้องทำในเวลาอันจำกัด เพราะวันที่ 28 มิถุนายนนี้จะเป็นวันเลือกตั้ง
เวลาที่เหลืออยู่น้อยนี้ น่าจะเน้นไปที่นโยบาย เพราะนั่นคืออนาคตของ กทม.
ส่วนข้อกล่าวหาที่ออกมาปูดกันตอนนี้ ฟังแล้วเป็นเรื่องราวในอดีต
น่าจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการสอบสวนและดำเนินไปตามครรลองของกฎหมาย

