‘อลงกรณ์’ ชี้ ไม่ชนะเลือกตั้ง 27 ปี คือจุดอ่อน ปชป. ลั่นกลางเชียงใหม่ ไม่หนุนนายกฯคนนอก หวั่นเป็นชนวนจลาจล

“อลงกรณ์” ปลื้มติดป้าย “หมู่เฮาสนับสนุน เบอร์ 3 เป็น หน.ปชป.คนใหม่ บอกขอเป็นผู้นำปฏิรูปพรรค-ประเทศ ชี้จุดอ่อนเป็นพรรคไม่ชนะเลือกตั้งมา 27 ปีแล้ว ลั่นไม่สนับสนุนคนนอกเป็นนายกฯ พร้อมสู้เลือกตั้ง ถ้าไม่ชนะต้องเดินหน้าต่อ ปลุกสมาชิก-ผู้สนับสนุน ปักธงได้ ส.ส.ที่เชียงใหม่-ภาคเหนือมากกว่าเดิม พร้อมรักษาฐานเสียงเดิมให้มากที่สุด

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 20 ตุลาคม 2561 ที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ในฐานะผู้สมัครหัวหน้าพรรค ปชป. ได้พบปะสมาชิกและประชาชน เพื่อประกาศจุดยืนและหาเสียงสนับสนุนเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ภายใต้คำขวัญ “จุดเปลี่ยนประชาธิปัตย์อ จุดเปลี่ยนประเทศไทย” พร้อมชูนโยบาย 4
ปฏิรูป 5 กฏเหล็ก 6 ยุทธศาสตร์ มีนายขวัญชัย สกุลทอง อดีต ส.ส.เชียงใหม่ นายวริยะ ช่วยบำรุง อดีตผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ นายเทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา อดีตแกนนำทหารเสือพระราชาพร้อมสมาชิก ประชาชนเข้าร่วม กว่า 100 คน ซึ่งมีการติดป้ายหน้าห้องประชุมว่า “หมู่เฮาสนับสนุน อลงกรณ์ พลบุตร เบอร์ 3 เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า นโยบายหลักคือทำการเมืองเป็นสีขาว สร้างจุดเปลี่ยนการเมืองและประเทศ เพราะประเทศติดกับดัก 3 ประการคือ แตกแยก ทุจริตหรือคอรัปชั่น และความเหลื่มล้ำ เกิดช่องว่างคนรวยคนจน ช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ช่องว่างดังกล่าวไม่เคยเปลี่ยนแปลง จนมีคำว่า “รวยกระจุก จนกระจาย”เพราะการเมือง และโครงสร้างประเทศไม่ได้ยึดติดกับผลประโยชน์ประชาชนจึงเกิดปัญหาดังกล่าว ซึ่งมีประชาชนกว่า 10 % ของประชากรทั้งหมด เป็นผู้
ยากจน ที่ไม่มีโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิตดีกว่าเดิม

การลงสมัครชิงหัวหน้าพรรค เพราะเห็นจุดอ่อน เป็นพรรคที่ไม่ชนะเลือกตั้งมา 27 ปีแล้ว ดังนั้นจึงต้องการเป็นผู้นำการปฏิรูปพรรคและประเทศ ไม่ปล่อยให้พรรคเป็นอย่างนี้ไม่ได้ หากเป็นหัวหน้าพรรค ไม่บอยคอตเลือกตั้ง ช่วง 72 ปีที่ก่อตั้งพรรค บอยคอตเลือกตั้ง 3 ครั้ง สุดท้ายจบลงที่รัฐประหาร ดังนั้นต้องสร้างพรรคที่มีจุดยืน ยึดระบอบประชาธิปไตย ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน แพ้คือ แพ้ ชนะคือชนะ พรรคที่ชนะเลือกตั้งให้จัดตั้งรัฐบาล ถ้าจัดตั้งไม่ได้ ให้พรรค
ประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลแทน ที่สำคัญไม่สนับสนุนคนนอกเป็นนายกรัฐมนตรี
อาจเป็นชนวนให้เกิดนองเลือดได้

“ถ้าครั้งหน้ายังแพ้เลือกตั้ง ต้องยอมรับและเดินหน้าสู้ต่อ เพื่อให้ชนะเลือกตั้งแบบยั่งยืนในอนาคต ไม่ต้องชุมนุมประท้วงให้วุ่นวาย ต้องปรับและแก้ไขพรรคให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนมากที่สุด ไม่ต้องปลุกผีทักษิณ ผีอภิสิทธิ์ ให้เกิดความเกลียดชังแตกแยกอีก เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า หลังเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ สามารถจับมือพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้ หากอุดมการณ์ นโยบายตรงกัน เพื่อไม่ให้ประเทศเสียโอกาสไปมากกว่านี้” นายอลงกรณ์ กล่าว

นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า พรรคแพ้เลือกตั้งมา 27 ปี ไม่เคยชนะ ถ้าเป็นเจ้าของ หรือผู้บริหาร ซีอีโอ หากทำเป้าไม่ได้ แม้บริหารเพียงปีเดียว ควรพิจารณาตัวเองซึ่งพรรคมีความหมายมากกว่าบริษัท เพราะต้องยึดโยงกับประชาชนเป็นหลัก ถ้าผมแพ้ชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ก็สามารถทำงานร่วมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครหัวหน้าพรรค ปชป.ทั้ง 2 คนได้ ส่วนการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า ปชป.ได้ ส.ส.เป็นที่ 1 แต่ต้องสู้เพื่อชัยชนะวันข้างหน้า โดยให้พรรคเป็นของประชาชนไม่ใช่นายทุน หรือคนใดคนหนึ่งเท่านั้น

สำหรับพื้นที่เชียงใหม่ในอดีตเคยมี ส.ส.ปชป.เต็มพื้นที่ อาทิ นายไกรสร ตันติพงษ์ นายปรีชา ผ่องเจริญกุล นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่วันนี้ไม่เหลือสักคน แต่อดีตรัฐมนตรี และ ส.ส.เหล่านี้ ยังอยู่กับพรรคไม่ได้ทิ้งไปไหน คอยห่วงใยและเป็นกำลังใจให้พรรคเสมอ ดังนั้นจึงอยากปักธงได้ ส.ส.ที่เชียงใหม่ และภาคเหนือมากกว่าเดิม รวมทั้งภาคอีสาน ที่เคยได้ ส.ส.ปชป. เพียง 4 ที่นั่ง จาก 100 กว่าที่นั่ง หากลงสนามสู้ต้องชนะ นำแนวคิดนโยบายใหม่หาเสียง เพื่อให้โดนใจประชาชน พร้อมรักษาฐานเสียงเดิมให้มากที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังพบปะ มีสมาชิกและประชาชน มอบช่อดอกไม้ พวงมาลัย และกุหลาบแดง แก่นายอลงกรณ์ พร้อมถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก ก่อนแยกย้ายเดินทางกลับ

บทความก่อนหน้านี้หมอจุฬาฯ ย้ำกัญชาไม่กระทบจิตเวช เหตุงานวิจัยสหรัฐยืนยันชัดเจน
บทความถัดไป  ‘จุ๋ย’ น้ำตาคลอ หลัง ‘พุฒ’ บรรจงสวมแหวนเพชรแต่งงานกลางอีเวนท์ (ภาพชุด)