ครม.ไฟเขียว แต่ละกระทรวงจัดโครงการของขวัญปีใหม่ 62

ครม.ไฟเขียว แต่ละกระทรวงจัดโครงการของขวัญปีใหม่ 62 น่ารักๆ ทั้งนั้น

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอการจัดทำโครงการของขวัญปีใหม่มอบให้ประชาชนประจำปี พ.ศ.2562 ภายใต้แนวคิด 172 ปี มหาดไทย ทุกหัวใจเราดูแล อาทิ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยศูนย์ดำรงธรรม เปิดรับร้องเรียนเรื่องร้องทุกข์ผ่านแอพพลิเคชั่น MOI 1567, กรมที่ดินจัดโครงการแฮปปี้ แลนด์ แพคเกจคืนความสุขมอบให้ประชาชนโดยเป็นการเปิดให้มีการจดทะเบียนตามนัด และวันรังวัดเลือกได้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 30 กันยายน 2562

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดโครงการคืนคลองสวยทั่วไทยสุขใจเที่ยวท้องถิ่น รวมถึงโครงการห้องน้ำท้องถิ่นสะอาดและปลอดภัย, การไฟฟ้านครหลวง จัดโครงการถนนไร้สายสร้างสุขเพื่อคนเมืองปี 2562, การประปาส่วนภูมิภาค “กปภ. อาสาดูแลประปาเพื่อปวงชน” เพื่อให้บริการดูแลซ่อมแซมระบบประปาภายในบ้านเรือนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายพร้อมปรับปรุงฐานข้อมูลปัจจุบันของผู้ใช้น้ำตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 ถึงมกราคม 2562

กระทรวงวิทยาศาสตร์โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติได้จัดให้เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หลายแห่งทั่วประเทศ เช่น หอดูดาว อุทยานนวัตกรรมของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ก็มีการจัดหลากหลายกิจกรรมตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม 2562 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดงานผักสวนครัวรั้วดอกไม้ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2561 ถึง 2 มกราคม 2562 ที่สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จังหวัดเชียงใหม่

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มี 4 โครงการ คือ 1.สุขถ้วนหน้า อาทิ คงอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดร้อยละ 25 สตางค์ โดยสำนักงานธนานุเคราะห์ เป็นต้น 2.สุขอาศัย อาทิ มอบบ้าน สร้างชุมชนไทยทุกคนมั่นคง เข้มแข็ง 2,562 หลัง โดยมอบบ้านมั่นคงจำนวน 1,096 หลัง มอบบ้านพอเพียงชนบท จำนวน 1,254 หลัง และมอบบ้านริมคลอง จำนวน 212 หลัง และ Easy Home ซื้อง่าย จ่ายสบาย โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ฟรีค่าทำเนียม ค่าโอนกรรมสิทธิ์ เซลโครงการบ้านเอื้ออาทรราคาพิเศษจำนวน 35 โครงการ 3.สุขร่วมใจ อาทิ ลดค่าที่พัก โฮมสเตย์ 10-50 % ที่บ้านพักศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ อุทัยธานี ลำพูน และตาก และ 4.สุขยั่งยืน

ด้าน พ.อ. อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.รับทราบ แผนบูรณาการป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2562 ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่จังหวัดและอำเภอใช้เป็นกรอบแนวทางการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ภายใต้ชื่อโครงการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจรักษาวินัยจราจร” ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้เตรียมความพร้อมและรณรงค์ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายนถึง 6 ธันวาคม 2561 โดยจะมีช่วงควบคุมอย่างเข้มข้นระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2561 ถึง 2 มกราคม 2562

ทั้งนี้ มาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง การเกิดอุบัติเหตุทางถนน 6 มาตรการหลัก และ 1 มาตรการเสริม ได้แก่ มาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านคน คือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจังและต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างจิตสำนึกและความปลอดภัยทางถนน, มาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม คือ มาตรการถนนปลอดภัย “1 ท้องถิ่น 1 ถนนปลอดภัย” โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งจัดให้มีถนนปลอดภัยและสร้างวินัยจราจรให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน รวมถึงการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจและตรวจสอบกายภาพของถนน เช่น จุดเสี่ยง จุดอันตราย จุดตัดทางรถไฟ แล้วดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซม เพื่อให้มีความปลอดภัย

มาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ คือ ควบคุมดูแลรถโดยสารสาธารณะ และรถโดยสารไม่ประจำทาง พนักงานขับรถโดยสาร พนักงานประจำรถ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้ขับขี่ตรวจสอบสภาพรถยนต์ก่อนออกเดินทาง รวมถึงอันตรายจากการบรรทุกผู้โดยสารในกระบะท้าย มาตรการด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ คือ จัดเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาล แพทย์ พยาบาล หน่วยบริการแพทย์ฉุกเฉิน หน่วยกู้ชีพ กู้ภัย รวมทั้งบุคลากรเครื่องมือระบบการสื่อสารสั่งการและประสานงานของหน่วยบริการแพทย์ฉุกเฉินในเครือข่าย

มาตรการความปลอดภัยทางน้ำ คือ กระทรวงคมนาคมทำงานร่วมกับจังหวัดที่มีการสัญจรทางน้ำและแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ ร่วม กทม.และ อปท. ให้ดำเนินการกำหนดมาตรการแนวทางดูแลความปลอดภัยทางน้ำ มาตรการดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว โดยให้จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวรวมถึงกรุงเทพมหานครหามาตรการแนวทางในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเป็นพิเศษตามความเหมาะสมของพื้นที่ มาตรการเสริมที่เพิ่มเติมจากปี 2561 คือในพื้นที่อำเภอสีแดงหรือสีส้ม จากอุบัติเหตุปีที่แล้ว ให้เข้มงวดกวดขันและกำหนดมาตรการแนวทางการดำเนินการเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้มีรางวัลสนับสนุนการปฏิบัติงานกับจังหวัดและอำเภอที่มีสถิติการดำเนินงานด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนดีเด่น

บทความก่อนหน้านี้งานวิจัยใหม่ชี้ เทียน-เทียนหอมอันตราย
บทความถัดไป“บิ๊กตู่” เตรียมเยือนลาว 13-14 ธ.ค. ถกความร่วมมือ ความมั่นคง-เศรษฐกิจ-สังคม