‘สมศักดิ์’ เปิดตัวผู้สมัครสุโขทัย3เขต โอด แบ่งเขตใหม่ พลังประชารัฐก็เสียเปรียบ

“สมศักดิ์” เปิดรายชื่อผู้เสนอตัวสมัคร ส.ส.สุโขทัย 3 เขต ดันน้องสาวลงสู้ โอดเขตเลือกตั้งใหม่กระทบทุกคน จวกบางพรรคไม่ลงสมัครปี 57 แต่กลับโวยวาย

วันนี้ (7 ธ.ค.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ /พร้อมด้วยนายธนกร วังบุญคงชนะ กรรมการ และโฆษก และนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ยังคงลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยวันนี้ ได้ลงพื้นที่ มาที่ ศูนย์การเรียนรู้เทิดไทฟาร์ม ตำบลวังใหญ่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เพื่อมาพบปะประชาชน และรับฟังความคิดเห็นกว่า 1000 คน

โดยนายสมศักดิ์ ระบุกับประชาชนว่าการเมืองเวลานี้มีกำหนดเวลาที่ชัดเจนแล้ว ดังนั้นการโจมตีกันไปมาจึงเป็นเรื่องธรรมดาจึงอยากให้ประชาชนแยกแยะว่าเรื่องใดจริง หรือ เรื่องใดเป็นเพียงการตีกินทางการเมืองเวลานี้พรรคพลังประชารัฐกำลังเร่งทำนโยบายที่เกี่ยวกับปากท้องของประชาชนอดทนรออีกนิด เชื่อว่าทุกคนจะชื่นชอบ ขณะเดียวกันตนยังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย เพราะที่ผ่านมาท่านทำให้บ้านเมืองสงบสุข และยังอยากให้สานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อประชาชนต่อไป


นอกจากนี้นายสมศักดิ์ ยังได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดสุโขทัย ทั้ง 3 เขต ของพรรคพลังประชารัฐ ประกอบด้วย นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ เขต 1 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นน้องสาวของนายสมศักดิ์, นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง เขต 2 และนายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล เขต 3 รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย

โดยนายสมศักดิ์ ได้ชี้แจงถึงกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งที่หลายฝ่าย โจมตีว่า พรรคพลังประชารัฐได้เปรียบ ว่า ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแบ่งเขตเลือกตั้งเพราะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เขตเลือกตั้งที่บอกมีปัญหานี้สอดคล้องกับที่รัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดไว้ให้จำนวนประชากรในแต่ละเขต มีความใกล้เคียงกันมากที่สุด ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่า มีการเอา อ.ทุ่งเสลี่ยม มาเชื่อมกับเขต 2 ทั้งที่มีอาณาเขตติดต่อกันเพียง 500 เมตรเท่านั้น ก่อนหน้านี้ในการเลือกตั้งปี 2554 และ ปี2557 กกต.เคยกำหนดลักษณะนี้ และส่วนตัว ก็ถือว่า เสียเปรียบ เนื่องจากต้องเริ่มกันใหม่ทั้งหมด ส่วนที่ผู้สมัครบางพรรคการเมืองออกมาโวยวาย ก็ขอให้ย้อนกลับไปดูว่า การเลือกตั้งเมื่อปี 2557 ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งเวลานี้ ควรหยุดโวยวาย และเดินหน้าลงพื้นที่ได้แล้ว

“ส่วนตัวเสียเปรียบเช่นกัน ไม่ได้ประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น เพราะการลดจำนวน ส.ส. เหลือ 3 คน จึงเป็นการตัดสินใจนำ นายก อบจ. และ รองนายก อบจ. มาลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งการหาเสียง ก็ทำด้วยความลำบาก เพราะต้องใช้เวลาหลังราชการ”

บทความก่อนหน้านี้คลังดีเดย์ 8 ธ.ค.แจกเงินคนจนปีใหม่ 500 บ.-เริ่มจากบัตรประชาชน 3 หมวด 4 ล.คน
บทความถัดไปธ.ก.ส.จ่ายเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว-ปรับปรุงคุณภาพข้าวกว่า 4.6 หมื่นล้าน