‘จตุพร’ ลงเมืองคอน ชี้ปม 4รมต.ถือหุ้นสัมปทานรัฐ อย่าทำให้คนรู้สึกว่า มีสภาวะยกเว้น

“จตุพร” ควง หน.พรรคเพื่อชาติ ลงเมืองคอน หยอด 4 รมต. ขึ้นศาล รธน. เชื่อเพิ่งเริ่มในระยะแรก ปท.สูญเสียโอกาส เหมือนไม้หลักปักขี้เลน

วันนี้ (11 ม.ค.) ที่จ.นครศรีธรรมราช พรรคเพื่อชาติ นำโดย นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายอารีย์ ไกรนรา นายเจ๋ง ดอกจิก นายจิรายุส เนาวเกตุ แกนนำคนเสื้อแดง และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อชาติ จ.นครศรีธรรมราช และจ.สุราษฎร์ธานี เยี่ยมเยียน พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก ในพื้นที่ อ.ปากพนัง และ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

นายจตุพร ให้ถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติกรณีที่ เห็นว่าการถือครองหุ้นสัมปทานของรัฐเข้าข่ายกระทำการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของ 3 รัฐมนตรีปัจจุบัน และอดีตรัฐมนตรีว่า ยังเป็นขั้นตอนแรก ซึ่งหลังจากนี้ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกันต่อไป สาระสำคัญในรายละเอียดซึ่งคงเทียบกันไม่ได้กับกรณี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพราะเป็นคนละกรณี ท้ายที่สุด จับตามอง ในช่วงปลายของรัฐบาลนี้ สร้างมาตรฐานทางการเมืองอย่างไร ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นว่า ถ้าเอามาตรวัดความเสมอภาคมาใช้ในการจัดการทุกฝ่ายอย่างเสมอภาพ ก็พอที่จะคาดการณ์ปลายทางได้ว่า มีความเท่าเทียมอย่างเสมอภาพ ยิ่งหากรู้สึกว่าเป็นข้อยกเว้นให้กับใคร จะยิ่งสร้างความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น


“เพราะความขัดแย้งมาจากประชาชนเห็นความไม่ยุติธรรม ในกรณีนี้เป็นเพียงเริ่มต้น สะท้อนให้เห็นว่า รมต.หลายคนอยู่กันมายาวนาน บางคนพ้นจากตำแหน่งไปแล้วเกือบร่วม 5 ปี ก็ดึงเรื่องกันจนถึงวันนี้ ความจริงไม่น่าจะดึงให้ยาวมาถึงเวลานี้” นายจตุพร กล่าว

ต่อข้อถามก่อนนี้มีการเรียกร้องให้ตรวจบัญชีทรัพย์ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและองค์กรรัฐและเอกชน จนนำมาสู่การลาออกของบุคคลเหล่านั้น นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อออกกฏหมายไปแล้วท้ายที่สุดก็ต้องใช้ ม.44 ต้องยกเลิก เพราะว่าบุคคลที่จะต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน ไม่มีความประสงค์ที่จะแสดงบัญชีทรัพย์สิน ท้ายที่สุด รัฐก็หย่อนยาน คสช.ก็ไปยินยอม ออกคำสั่ง ม.44 ไปลบกฏหมายไม่ให้บุคคลสำแดงบัญชี ปัญหาก็คือถ้าบัญชีทรัพย์สิน ได้มาโดยสุจริต มันมีอะไรจะต้องไปปกปิด เพราะนักการเมือง คู่สมรส รวมทั้งที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการทั้งหมด ทุกคนจะต้องแสดง ไม่ใช่ว่าอาชีพนักการเมืองอาชีพเดียว ที่จะแสดงบัญชีทรัพย์สิน ทุกอาชีพที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณของแผ่นดิน ก็จำเป็นต้องสำแดงบัญชีทรัพย์สินทั้งหมด

“แต่เรื่องนี้ก็จบง่ายๆ โดยคสช.ยินยอมไม่ให้บุคคลที่ควรจะต้อง แสดงบัญชีทรัพย์สิน ทำให้เกิดการสูญเสียโอกาส เพราะฉะนั้นนโยบายปราบโกงก็สะท้อนให้เห็นว่า เวลาจริงๆแล้ว ก็ไม่ได้ทำจริง กลัวกระทบต่อตัวเอง มากกว่าที่กลัวกระทบต่อประเทศชาติ ความตั้งใจเดิมที่จะปราบการทุจริต คอรัปชั่น มันก็หายไปตามลำดับ แค่ยกเลิกกฎหมายที่ 1 ในแม่น้ำ 5 สายได้ไปทำโดยใช้คำสั่ง ม.44 ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาส เพราะฉะนั้นมันจะกลายเป็นไม้หลักปักขี้เลน กฎหมายก็ไปเข้มงวดเฉพาะคนที่เป็นปฎิปักษ์ และคนที่เป็นพวกแม้มีกฎหมายก็ไปยกเลิกความผิดก็ไม่ผิดอีกต่อไป และบอกว่านี่คือความยุติธรรม บ้านเมืองจึงเดินไปยาก” นายจุพร กล่าว

บทความก่อนหน้านี้รมว.คลังคาดปีนี้จีดีพีขยายตัว 4% ติงแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ยแตะเบรกไม่ให้เศรษฐกิจโต
บทความถัดไปพ่อแม่ตีเด็ก 1 ขวบยอมรับผิด! ให้กินมาม่าเพราะจน ด้านอาการเด็กดีขึ้น