‘คุณหญิงกัลยา’ยันไม่กดดัน’ปม’เลื่อนเลือกตั้ง แต่ต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม ลั่นปชป.พร้อม100%

“คุณหญิงกัลยา” ยืนยันไม่กดดันรัฐบาล เลื่อนเลือกตั้งหรือไม่ แต่ต้องเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ลั่น “ปชป” พร้อมทำงาน เพื่อประชาชน มั่นใจ พื้นที่รับผิดชอบ 3 จังหวัดได้เป็นผู้แทนแน่นอน ชม “หมอเอ้ก” เก่ง-มีอุดมการณ์

เมื่อวันที่ 16 มกราคม คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่มีกลุ่มต่างๆออกมาเคลื่อนไหวกดดันไม่ให้รัฐบาลเลื่อนเลือกตั้งว่า ไม่ว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้นเมื่อไหร่ก็ตาม แต่ต้องเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด แต่พรรคประชาธิปัตย์คงไม่เรียกร้องแบบนั้น เพราะเรามีความเข้าใจในเรื่องข้อจำกัดของเวลา และพระราชพิธีซึ่งเป็นพระราชพิธีที่สำคัญที่สุดของประเทศ ที่คนไทยเฝ้ารอและให้ความสำคัญมากที่สุดเพราะฉะนั้นอะไรก็ตามที่จะมากระทบกระเทือน การจัดพระราชพิธีที่จะเกิดขึ้นเร็วเร็วนี้เป็นสิ่งที่เลี่ยงได้ก็น่าจะเลี่ยง

“แม้ว่าจะมีการเลื่อนเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ก็มีความพร้อมเกือบ 100% แล้วเพราะเราได้มีการเตรียมตัวมาหลายปี ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะไม่ให้เราหาเสียงก็ตาม แต่ด้วยความที่เราเป็นนักการเมืองเราก็ไม่ได้หยุดทำงาน โดยเฉพาะเรื่องการเยี่ยมเยียนประชาชน เพื่อรับรู้ปัญหา และต้องรับฟังความคิดเห็นมาตลอด ถึงความเดือดร้อนและความจำเป็นเร่งด่วนในชีวิตของประชาชน เราพบว่าเรื่องปากท้องของประชาชนเป็นปัญหาที่แย่ถึงแย่ที่สุด ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาเพราะฉะนั้นเราจึงเข้าใจ” ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

คุณหญิงกัลยากล่าวว่า เราได้เตรียมนโยบายเพื่อตอบโจทย์ประชาชน เพราะฉะนั้นเราจึงค่อนข้างพร้อมในแง่การเตรียมคนเตรียมนโยบาย รวมทั้งการทำตามขั้นตอนในเรื่องของการเลือกตั้ง ไม่ว่ากฎหมายจะออกมาอย่างไร มีระเบียบข้อบังคับแบบไหนก็ตาม เราพร้อมทำตามกฎระเบียบข้อบังคับทุกอย่าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักที่ทุกพรรคการเมืองจะดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับที่ออกมาได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์พร้อมเพราะเราทำเราทำตามหลัก และอุดมการตามกฏหมายทุกอย่าง แม้จะยุ่งยากแต่เราก็ทำสำเร็จหมด เช่น การเตรียมผู้ที่จะไม่ลงสมัครเขตตั้ง 350 เขต ส่วนผู้สมัครบัญชีรายชื่อก็มีผู้สมัครเกิน 150 คนแล้วในขณะนี้

สำหรับสโลแกนที่ว่า “ประชาธิปัตย์แก้จน สร้างคน สร้างชาติ” นั้น หญิงกัลยากล่าวว่า นโยบายใหญ่ของพรรคครอบคลุมในเรื่องของการแก้จนสร้างคนสร้างชาติ พรรคส่งเสริมเรื่องการกระจายอำนาจ เพราะฉะนั้นเราจึงมีสโลแกนที่ว่า “ประชาชนเป็นใหญ่ประชาธิปไตยสุจริต” นี่คือตัวตนของพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนสิ่งที่พรรคจะทำไปสู่จุดนั้นได้อย่างไรหรือไม่นั้น เรามั่นใจว่าทำได้ เพราะเรื่องการแก้จนเป็นนโยบายพื้นฐานของพรรคมา 70 กว่าปีแล้ว เราจะทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทุกช่วงอายุ จึงได้มีนโยบายเรื่องเกิดปั๊บรับเงินแสนขึ้นมา

“พรรคประชาธิปัตย์ให้ประชาชนเป็นตัวตั้ง มีส่วนร่วม และต้องเห็นด้วยกับสิ่งที่พรรคทำ เราได้ลงไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมาตลอด ก่อนที่จะทำนโยบายอะไร เพราะเราจะต้องตอบโจทย์ประชาชนทุกช่วงวัย ซึ่งเราจะดูแลถ้าเราได้เป็นรัฐบาลนี่คือ เรื่องการแก้จนที่ทุกคนต้องมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นในทุกเรื่อง หรือเรื่องน้ำ การทำการเกษตร เราจึงเสนอนโยบายที่มั่นใจว่าทำได้ และเคยทำสำเร็จมาแล้วในอดีต ว่าทุกคนจะได้รับการดูแลให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ชาวบ้านภาคอีสานจากกินอิ่ม นอนอุ่นมีเงินเหลือใช้และครอบครัวอบอุ่น

คุณหญิงกัลยา กล่าวถึงพื้นที่รับผิดชอบ คือ นครราชสีมา ชัยภูมิ และจังหวัดเลยว่า ได้รับมอบหมายจากพรรคให้ดูแลพื้นที่ดังกล่าว ค่อนข้างมั่นใจเพราะได้ทำงานมา 3-4 ปีแล้ว เราตั้งใจที่จะสร้างรายได้ให้ประชาชน เพิ่มรายได้ สร้างคุณภาพชีวิต เราพูดบนพื้นฐานการทำงาน เข้าใจท้องถิ่นและบริบทที่เปลี่ยนไป หรือแม้แต่พื้นที่อื่นๆที่พรรค เห็นว่าตนสามารถจะเดินทางไปช่วยหาเสียงได้ ก็พร้อมและเต็มใจที่จะช่วย

ส่วนที่บางพรรคการเมืองระบุว่า มั่นใจจะได้รับเลือกตั้งยกจังหวัดนครราชสีมานั้น คุณหญิงกัลยา กล่าวพร้อมหัวเราะว่า ใครจะพูดยังไงก็ได้ แต่ความจริงแล้วอาจจะไม่เป็นไปตามนั้น เพราะมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น เรื่องการแบ่งเขตใหม่ ที่มีการเปลี่ยนแปลง และผู้สมัครบางคนไม่มีฐานเสียงในพื้นที่นั้นๆ

ส่วนกรณีนายคณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ หรือหมอเอ้ก ผู้สมัครเขตดุสิต บางซื่อ พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นพื้นที่รับผิดชอบของคุณหญิงกัลยาด้วยนั้น คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า หมอเอ้กเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์ มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานการเมืองและมีสมองไม่ใช่หล่ออย่างเดียว เคยสอบได้ไปเรียนต่อระดับปริญญาโทที่ ออกฟอร์ด สาขารัฐศาสตร์ แต่เมื่อทราบว่าจะมีการเลือกตั้ง จึงตัดสินใจลาออก ทั้งที่เริ่มเรียนไปแล้ว มาลงสมัครในนามพรรค ตนเห็นว่าตรงนี้หมอเอ้กเป็นคนที่แน่วแน่ มีความสามารถที่จะเป็นผู้แทนในเขตบางซื่อ ดุสิตได้อย่างเหมาะสม เพราะพื้นที่บางซื่อกำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางของการคมนาคม ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล จึงต้องการตัวแทนที่ทันสมัย สามารถที่จะช่วยและปรึกษาประชาชน ในการที่จะนำพา ก้าวหน้าไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ และถึงแม้ว่าเขตดังกล่าวจะเป็นพื้นที่ทหาร ตนก็เชื่อว่าปัจจุบันนี้ทหารมีความเข้าใจในเรื่องของการเมืองมากขึ้น จึงเชื่อว่าหมอเอ้กจะได้รับการสนับสนุนให้เป็นตัวแทนของพรรคในช่วงจังหวะและสถานการณ์นี้ แล้วนำพาบางซื่อดุสิตพัฒนาต่อไปร่วมกับประชาชน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“บิ๊กตู่” แนะครู อย่าสอนเด็กคิดนอกกรอบ ถ้ายังไม่ได้สร้างกรอบที่ดีให้เด็ก
บทความถัดไปเดินหน้าชน : กกต.ต้องทำหน้าที่ : โดย สัญญา รัตนสร้อย