อนค.รับ หืดขึ้นคอ เจอเพดานเงิน35ล้าน เหน็บกกต.หยุมหยิม ไม่เข้าใจโลกโซเชียล

อนค.รับ 35 ล. แลกศึกเลือกตั้งใหญ่ หืดขึ้นคอ ยันรายเขต 1.5 ล.ใช้ไม่ถึงแน่นอน เหน็บกกต.หยุมหยิม ไม่เข้าใจโลกยุคใหม่สื่อสารผ่านโซเชียล

เมื่อวันที่ 17 มกราคม น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึง กติกาการหาเสียงเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ว่า อนาคตใหม่ยืนยันมาตลอดว่าจะไม่ใช้เงินหาเสียงจำนวนมากเกินความจำเป็น เพราะตระหนักถึงที่มาจากการบริจาค ขายของที่ระลึก ซึ่งมาจากเงินของสมาชิกพรรคทุกคน ซึ่งอนาคตใหม่ก็ไม่ได้มีมาตรการหาเสียงโดยใช้เงินทุมซื้อหัวคะแนนแลกแต้มแบบพรรคการเมืองอื่นๆ ก็ยิ่งไม่ได้ใช้เงินในภาพรวมเยอะไปกว่ากติกาที่กำหนด แต่ก็ยอมรับว่า เพดานเงิน 35 ล้านบาท สำหรับแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งระดับชาติ ถือว่า แน่นมาก ค่าใช้จ่ายในส่วนกลางของพรรค ในการหาเสียง ขบวนแห่ ปราศรัยย่อย มีค่าใช้จ่ายสูง ทว่าพรรคอนาคตใหม่ก็พร้อมทำตามกติกาที่กำหนดไว้ พร้อมเปิดเผยบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างโปร่งใส เพื่อเอาชนะเกมที่คสช.เป็นผู้กำหนดให้ไร้ข้อครหาอย่างแน่นอน

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า รายเขตเลือกตั้งเขตละ 1.5 ล้านบาทนั้น อนาคตใหม่ใช้ไม่ถึงอย่างแน่นอน เงินส่วนใหญ่จะไม่หมดไปกับป้ายหาเสียงจำนวนมาก ที่พอหลังการเลือกตั้งแล้วก็จะเป็นเพียงแค่ขยะ หรือการทุ่มซื้อหัวคะแนนแบบพรรคอื่นตามที่กล่าวไปอย่างแน่นอน แต่เงินจะถูกใช้กับโซเชียลมีเดียที่เข้าถึงการรับรู้ของคนในวงกว้างและราคาถูก กับการลงพื้นที่หาเสียงอย่างคุ้มค่ามากที่สุด

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า สำหรับกติกาการหาเสียงที่คุมเข้มในโซเชียลมีเดียนั้น ก่อให้เกิดอารมณ์ขันกับบรรดาพรรคการเมืองอย่างมาก แง่หนึ่งสะท้อนถึงความไม่เข้าใจธรรมชาติการสื่อสารของสื่อสมัยใหม่ที่ราคาถูกและเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง จึงวางกติกาเพื่อมาควบคุมให้พรรคการเมืองด้วยการให้รายงานการใช้งานโซเชียลมีเดีย ซึ่งตามหลักสากลนั้น การดูแลพื้นที่ออนไลน์นั้น ก็มีกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกำกับไว้อยู่แล้ว อย่างกฎหมายหมิ่นประมาททั่วไป ไม่จำเป็นต้องวางกฎ ที่เสมือนกลัวพรรคการเมือง นักการเมืองและประชาชน จนกกต.ต้องมีอำนาจหน้าที่ราวกับตำรวจเพื่อคอยมาสอดส่องดูแลขนาดนี้ ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ที่ใช้โซเชียลมีเดียก็พร้อมดำเนินการตามระเบียบที่กกต.วางไว้ทุกประการ สำหรับบัญชีอย่างเป็นทางการของพรรคอนาคตใหม่ และไม่ต้องห่วงกังวลกับการหาเสียงโจมตีใส่ร้ายป้ายสี เพราะอนาคตใหม่ ยืนยันมาตลอดว่า จะทำงานการเมืองแบบใหม่ เชิงสร้างสรรค์ นำเสนอนโยบายเป็นหลัก ไม่ใช่การปลุกระดม ใส่ร้ายมุ่งโจมตีพรรคการเมืองอื่นๆที่การเมืองแบบเก่าทำกัน ส่วนการเปิดพื้นที่ของกกต.ในการจัดเวทีออกสื่อให้พรรคการเมืองตามสัดส่วนที่แต่ละพรรคส่งผู้สมัครส.ส.นั้น อนาคตใหม่อยู่ในพรรคขนาดใหญ่ทางหลัก ระดับแรกอย่างแน่นอนพร้อมส่งทั้ง350เขตเลือกตั้ง ส่วนบัญชีรายชื่อต้องรอความชัดเจนซึ่งคาดว่าจะส่งใกล้เคียง 150 คนมากที่สุด ซึ่งก็ออกจะแปลกอยู่บ้างที่กติกานี้ จะทำให้พรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย ได้พื้นที่ในระดับรองลงมา เนื่องจากส่งส.ส.ไม่ถึงตามสัดส่วนที่กกต.กำหนดไว้

Advertisement

“แม้กติกาในข้อนี้จะทำให้เกิดข้อครหาเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคใหญ่กับพรรคเล็ก แต่เชื่อว่า เวทีกลางที่วงการสื่อสารมวลชน สถาบันการศึกษา หรือองค์กรอื่นๆ กำลังจะจัดในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นนโยบายสาธารณะต่างๆก็จะเปิดพื้นที่ให้แต่ละพรรคการเมืองมีเวทีแสดงความคิดเห็นอย่างเข้มข้นเพียงพอได้เช่นกัน” โฆษกอนค. กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image