เริ่มแล้ว! ฝึกคอบร้าโกลด์ครั้งที่ 19 มี 29 ประเทศร่วมฝึก ทูตหลายประเทศร่วมพิธีเปิด

“ผบ.ทสส.” ประธานเปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ 19 มี 29 ประเทศร่วมฝึก

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ดอกเตอร์ ปีเตอร์ เฮย์มอนด์ (Dr. Peter Haymond) อุปทูตรักษาการเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และ พล.ท.แกรี่ เจ. โวเลสกี (LTG Gary J. Volesky) แม่ทัพน้อยที่ 1 (First Corps) กองทัพบกสหรัฐอเมริกา ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ 19 ที่ลานอเนกประสงค์ ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ กองทัพภาคที่ 3 อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยมีเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย, เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย, เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย, เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย และเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย เข้าร่วมด้วย

การฝึกคอบร้าโกลด์เป็นการฝึกร่วมผสมทางทหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกองทัพไทยและกองกำลังสหรัฐอเมริกาภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี ในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 38 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาความสัมพันธ์ทางทหารที่ดีระหว่างมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึก เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการอำนวยการยุทธร่วม/ผสม ประยุกต์ใช้กำลังรบในสถานการณ์วิกฤตต่างๆ รวมทั้งการฝึกใช้ระเบียบปฏิบัติประจำกองกำลังผสมนานาชาติ

โดยในปีนี้การฝึกคอบร้าโกลด์มีประเทศเข้าร่วมการฝึกรวมทั้งสิ้น 29 ประเทศ ได้แก่ ประเทศที่เข้าร่วมการฝึกหลักจำนวน 7 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย สหรัฐอเมริกา, สิงคโปร์, ญี่ปุ่น, อินโดนีเซีย, สาธารณรัฐเกาหลี, และมาเลเซีย ประเทศที่เข้าร่วมการฝึกเพิ่มเติมในโครงการช่วยเหลือประชาชน จำนวน 2 ประเทศ ประกอบด้วย จีน และอินเดีย ประเทศในโครงการเสนาธิการผสมส่วนเพิ่มนานาชาติ (Multinational Planning Augmentation Team : MPAT) จำนวน 10 ประเทศ ประกอบด้วย ออสเตรเลีย, แคนาดา, ฝรั่งเศส, อังกฤษ, บังกลาเทศ, มองโกเลีย, เนปาล, ฟิลิปปินส์, ฟิจิ และนิวซีแลนด์ ประเทศที่เข้าร่วมสังเกตการณ์การฝึก (Combined Observer Liaison Team : COLT) จำนวน 10 ประเทศ ได้แก่ บรูไน ลาว เวียดนาม เยอรมนี อิสราเอล ปากีสถาน สวิตเซอร์แลนด์ ศรีลังกา เมียนมา และสวีเดน จำนวนผู้เข้ารับการฝึกรวม 9,918 นาย โดยใช้พื้นที่กองทัพภาคที่ 3 กองทัพภาคที่ 2 และบริเวณอ่าวไทยตอนบนเป็นพื้นที่การฝึกหลัก ในระหว่างวันที่ 12-22 ก.พ. ประกอบด้วย การฝึกฝ่ายเสนาธิการ (STAEFF Exercise : STAFFEX) การฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise : FTX) และโครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian Civic Assistance : HCA)

สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับจากการฝึกคอบร้าโกลด์ แบ่งเป็นสามระดับ ประกอบด้วย ระดับประเทศ เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในระดับนานาชาติในการเตรียมความพร้อมด้านการทหารที่มีความเข้มแข็ง ทันสมัย สามารถตอบสนองภารกิจด้านความมั่นคงในทุกมิติ เช่น การรักษาสันติภาพ การบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น

ส่วนในระดับกองทัพ เป็นการพัฒนาขีดความสามารถทางทหารในการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพมิตรประเทศ เพื่อเป็นหลักประกันความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจของกองทัพไทยในทุกมิติ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะด้านการบรรเทาสาธารณภัยในภูมิภาค เพื่อสร้างเสถียรภาพให้แก่ภูมิภาคอย่างยั่งยืน และในระดับพื้นที่ที่เข้าทำการฝึกฯ ได้รับประโยชน์จากการฝึกในส่วนโครงการก่อสร้างอาคารต่างๆ เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ของโครงการช่วยเหลือประชาชน นอกจากนั้นยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น รวมทั้งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตาของกำลังพลมิตรประเทศ ที่เข้าร่วมการฝึกอีกด้วย

บทความก่อนหน้านี้คลิป : บ้านผารังหมี อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก แก้ปัญหาหนี้สิน จดบัญชีครัวเรือน ต่อยอดสู่การสร้างอาชีพในชุมชน
บทความถัดไปจับตาตลาดล้านเมืองสร้าง “ลานผลไม้นานาชาติใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ” นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ประธานกรรมการบริหารตลาดกลางผักและผลไม้ จ.ราชบุรี