นักวิชาการประเมินปชป.ตัวแปรสำคัญจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง 24 มีนาคม

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม นายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดเผยว่า กรณีที่หลายพรรคการเมืองในซีกประชาธิปไตยออกมาเรียกร้องให้สมาชิกวุฒิภา 250 คนวางตัวเป็นกลาง และให้การสนับสนุนการรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลและโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีโดยไม่มีพรรคพลังประชารัฐ นั้น แนวโน้มจากการจุดกระแสการเรียกร้องให้ประชาชนทั้งประเทศมีส่วนร่วมคงไม่ได้ผลเท่าที่ควร ขณะที่พรรคพลังประชารัฐต้องการ ส.ส. เพียง 126 เสียงเท่านั้น และหากต้องการเป็นรัฐบาลที่มั่นคงต้องมี สส. 270 เสียง ก็ต้องรวมกับประชาธิปัตย์ ปัจจุบันยังแทงกั๊กไม่ชัดเจน แต่ส่วนตัวประเมินว่าพรรคประชาธิปัตย์จะช่วยพรรคพลังประรัฐมากกว่าไปรวมกับขั้วอื่นถ้ามีข้อเสนอด้วยการให้ตำแหน่งสำคัญ

“ สำหรับกรณีที่หัวหน้าพรรคขนาดใหญ่บางพรรค เสนอในการดีเบตว่าพรรคใดที่ได้เสียงต่ำกว่า 100 ที่นั่งไม่ควรเสนอชื่อโหวตนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าไม่มีผล เพราะนักการเมืองไว้ใจไมได้จากผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก มากกว่าผลประโยชน์ของประเทศ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลที่จะมีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำ หากไม่นำพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมก็คงไปไม่รอด ขณะที่พรรคขนาดกลางที่จับมือกันแล้วจะได้ ส.ส.ไม่มาก แต่ถ้าหากมองอีกด้านถ้าพรรคประชาธิปัตย์มองประโยชน์ของประเทศเป็นหลักแล้วไปรวมกับพรรคเพื่อไทยได้เสียงเกิน 250 ที่นั่งแน่นอนแต่คงไปได้ค่อนข้างยาก เพราะ สว.คงไม่สนับสนุน ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงเป็นตัวแปรสำคัญ วันนี้จึงไม่กล้าออกมาประกาศจุดยืนอย่างชัดเจน ทั้งที่ทราบดีกว่าจำนวน สส.จะมาเป็นที่ 2” นายอัษฎางค์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon