‘โบ ณัฏฐา’ ทวงงาน ‘กกต.’ ดำเนินคดี ‘พปชร.’ มาตรฐานเดียวกับยุบทษช. จี้ให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา น.ส. ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้เผยแพร่จดหมายเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำหน้าที่ทำหน้าที่เพื่อการเลือกตั้งที่ที่เป็นธรรมโดยเรียกร้องให้กกต.ดำเนินคดีกับพรรคพลังประชารัฐในกรณีอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยในบรรทัดฐานเดียวกันกับการยุบพรรคไทยรักษาชาติไปก่อนหน้านี้ และเรียกร้องให้กกต.อยากเพิกเฉยกับข้มูลทุจริตและปัญหาการจัดการการเลือกตั้ง โดยข้อความเรียกร้องใน 2 ประเด็นคือ

(1) ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทำหน้าที่เพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณากรณีที่พรรคพลังประชารัฐอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ให้เสร็จสิ้นก่อนวันเลือกตั้ง

และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการทำงานของท่าน ข้าพเจ้าได้ศึกษาคำวินิจฉัยของ กกต.และศาลรัฐธรรมนูญกรณียุบพรรคไทยรักษาชาติมาแล้ว จึงขอเรียนว่าท่านสามารถใช้บรรทัดฐานเดียวกัน ในประเด็นความ ”อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย” กับการพิจารณายุบพรรคพลังประชารัฐได้เลย โดยใช้เวลาเร็วกว่า เพราะกรณีของพรรคก่อนหน้า ท่านก็สามารถทำได้ด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง โดยไม่ต้องมีคำร้องและไม่ต้องผ่านนายทะเบียนตามระเบียบ รวมถึงไม่ได้มีการไต่สวนให้ความเป็นธรรมใดๆต่อผู้ถูกกล่าวหา ในขณะที่คำร้องให้ยุบพรรคพลังประชารัฐจากบุคคลต่างๆถูกส่งให้ท่านเป็นเวลาถึงหนึ่งเดือนแล้ว ก็ยังไม่มีการเริ่มกระบวนการพิจารณา

จึงขอเรียนให้ท่านพิจารณาในมาตรฐานเดียวกัน ประเด็นว่าพรรคพลังประชารัฐสมควรจะถูกยุบ เนื่องจากการเสนอชื่อพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ให้เป็นนายกรัฐมนตรีโดยพรรคพลังประชารัฐนั้นเป็น “การอาศัยสิทธิเสรีภาพที่ได้มาจากรัฐธรรมนูญ ให้มีผลย้อนกลับมาทำลายหลักการพื้นฐาน บรรทัดฐาน คุณค่า และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเสียเอง” โดยนอกเหนือจากเหตุผลตามข้อร้องเรียนโดยละเอียดของบุคคลต่างๆที่ถูกส่งมาก่อนหน้านี้ดังเป็นที่ทราบทั่วกันแล้ว  ข้าพเจ้าขอให้เหตุผลเพิ่มเติมโดยอิงบรรทัดฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วางไว้ในกรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ เพราะมีความพ้องกันในหลักการหลายประการ ดังนี้

📌หัวหน้าคสช. ได้อำนาจจากการรัฐประหาร เป็นบุคคลที่อาจถือว่าไม่มีความเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ และยังคงใช้อำนาจที่อ้างว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์อันได้มาจากการยึดอำนาจและจะใช้ต่อไปจนมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ การเสนอชื่อบุคคลดังกล่าวให้เป็นนายกรัฐมนตรี ให้มีโอกาสสืบทอดอำนาจที่ได้มาด้วยวิธีการดังกล่าวซึ่งเป็นความผิดฐานกบฏก่อนจะตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์และออกกฎหมายนิรโทษกรรมตนเองนั้น จึงเป็นการ “เซาะกร่อนบ่อนทำลายและสร้างบรรทัดฐานที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย”

📌พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าคสช. ยังสามารถใช้อำนาจรัฐในฐานะนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็ม และใช้อำนาจหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 ออกคำสั่งใดๆให้เป็นกฎหมายได้ โยกย้ายข้าราชการได้ และใช้งบประมาณโดยปราศจากการตรวจสอบและอนุญาตโดยกกต.ได้ ซึ่งผิดไปจากหลักการใช้อำนาจของรัฐบาลที่พึงเป็นรัฐบาลรักษาการก่อนการเลือกตั้งที่มีอำนาจจำกัด จึงเป็นปัจจัยที่เชื่อได้ว่าจะทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบอันจะนำสู่การเลือกตั้งที่ไม่เสรีเป็นธรรม เอื้อต่อการสืบทอดอำนาจของกลุ่มตน เป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายหลักการประชาธิปไตย และขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

📌หัวหน้าคสช.มีส่วนสำคัญในกระบวนการคัดเลือกส.ว. 250 คน ที่จะมีส่วนร่วมในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีกับส.ส.จากการเลือกตั้งโดยประชาชน 500 คน ตามที่ได้จัดการร่างไว้ในรัฐธรรมนูญ การเสนอชื่อหัวหน้าคสช.เป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ ทั้งที่ 1 ใน 3 ของรัฐสภาที่จะโหวตเลือกนายกเป็นส.ว.จากการแต่งตั้งโดยคสช.ด้วยวิธีเช่นนั้น “จึงเป็นการกระทำที่ย่อมเล็งเห็นได้ว่าจะส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรม” ขัดกับหลักการสิทธิทางการเมืองที่เท่าเทียมกันของพลเมืองตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ รวมถึงขัดเจตนารมณ์ขององค์ผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญ ตามที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ว่ามีพระราชประสงค์มอบอำนาจให้ประชาชน ไม่ใช่เพื่อคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด

📌พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ห้ามพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็น “เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ” มารับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะถือเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นรัฐมนตรีตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แม้นักกฎหมายหรือองค์กรอิสระบางองค์กรจะพยายามปฏิเสธความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐของหัวหน้าคสช. โดยอ้างวิธีการได้มาซึ่งอำนาจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเจตนารมณ์ของ พรป.เลือกตั้งที่มีการกำหนดลักษณะต้องห้ามที่รวมถึงเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐไว้ด้วยนั้น ย่อมเป็นไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขัดผลประโยชน์ ใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ หรืออำนวยให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนในการเลือกตั้ง เห็นได้ชัดว่าหัวหน้า คสช. ซึ่งสามารถออกคำสั่งเป็นกฎหมาย โยกย้ายข้าราชการ และใช้งบประมาณได้อย่างอิสระ น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่ขาดคุณสมบัติมากกว่าเจ้าหน้าที่รัฐทั้งปวง บุคคลหรือองค์กรใดพยายามตีความเพื่อหลีกเลี่ยงหลักการดังกล่าว สมควรมีความละอายต่อประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

📌รัฐธรรมนญฉบับปี 2560 มุ่งลดเงื่อนไขความขัดแย้งเพื่อให้ประเทศมีความสงบสุขรู้รักสามัคคีปรองดองภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยและประเพณีการปกครองที่เหมาะสมของไทย อีกทั้งรัฐธรรมนูญได้รับรองบัญญัติคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของปวงชนอย่างกว้างขวาง… อย่างไรก็ตามการใช้สิทธิเสรีภาพต้องไม่บั่นทอนรัฐธรรมนูญ หรือทำลายคติรากฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เสื่อมโทรมไป

การเสนอชื่อหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ จึงเป็นการกระทำที่ “อาจเป็นปฏิปักษ์” ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นการ”เซาะกร่อนบ่อนทำลาย” หลักการประชาธิปไตยพื้นฐานที่เป็นสากล บั่นทอนและขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขัดหลักธรรมมาภิบาล และเป็นการสร้างบรรทัดฐานกับพัฒนาการประชาธิปไตยในประเทศไทยให้ ”เสื่อมโทรม หยุดลง หรือถึงกับสูญสิ้นไป ซึ่งหาควรปล่อยให้เป็นเช่นนั้นไม่”  จึงขอให้ท่านได้ทำหน้าที่พิจารณายุบพรรคพลังประชารัฐโดยด่วน เพื่อรักษาความเป็นธรรมในสนามเลือกตั้ง


(2) ขอให้ไม่เพิกเฉยต่อข้อมูลการทุจริตและปัญหาการจัดการการเลือกตั้งต่างๆที่ปรากฏอยู่ทั่วไปในสื่อหลักและสื่อออนไลน์ โดยให้มีความกระตือรือร้นเท่ากับที่ได้ปฏิบัติต่อพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามคสช. โดยไม่ต้องมีผู้ร้องเรียน

ข้าพเจ้าได้ทราบจากข่าวในสื่อทั่วไปเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562 ว่ามีหลายเรื่องที่กกต.ตั้งคณะกรรมการสอบ แม้ไม่มีผู้ร้องเรียน เช่นกรณีอดีตผู้สมัครส.ส.ของพรรคการเมืองประกาศเทคะแนนให้ผู้สมัครอื่น หรือกรณีที่มีประชาชนรณรงค์โหวตโน โดยประธานกกต.ระบุว่าไม่ต้องมีการร้องก็ตั้งกรรมการสอบได้ เพราะเป็นความปรากฎต่อกกต.แล้ว ข้าพเจ้าจึงขอให้กกต.ไม่เพิกเฉยต่อข้อมูลความไม่ชอบมาพากลอื่นๆ ที่มีการเผยแพร่กันอย่างแพร่หลายเป็นร้อยกรณี เช่นที่ปรากฎในเพจ CSI LA และกรณีปัญหาต่อผู้มีสิทธิลงคะแนนในต่างแดน ที่จะส่งผลต่อการเสียสิทธิจำนวนมหาศาล โดยขอให้คำบอกกล่าวของข้าพเจ้าในหนังสือฉบับนี้ ถือว่าได้เป็นการนำความให้ปรากฎต่อ กกต. แล้ว

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้“เจ๊หนึ่ง บางปู”เน็ตไอดอลเปิดตัวกระยาสารท“น้องแป้ง”แจกคนร่วมทำบุญ
บทความถัดไปสลด! หนุ่มวัย 20 เสาหลักครอบครัว ใฝ่ดีตั้งใจเรียน ซิ่งจยย.ไปสอบ เคราะห์ร้ายพุ่งชนเสาไฟคาที่