เรียกอดีต ส.ส.อุบลฯ พรรคเพื่อไทยพร้อมลูกชาย-ลูกสะใภ้รายงานตัวที่ค่าย หลังถูกกล่าวหาเป็นผู้มีอิทธิพล(คลิป)


เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคม ที่กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี เขต 1 พรรคเพื่อไทย พร้อมนางสาวพิศทยา ไชยสงคราม ภรรยา เข้ารายงานตัวตามคำสั่งเรียกของมณฑลทหารบกที่ 22 โดยมีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย นายสมคิด เชื้อคง นายสมบัติ รัตโน นายปัญญา จินตะเวช นายณรงค์ศักดิ์ โกศัลวัฒน์  นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ และสมาชิกสภาเทศบาลนครอุบลราชธานี เดินทางมาให้กำลังใจ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารได้เชิญนายเกรียง กัลป์ตินันท์ และนายวรสิทธิ์ พร้อมนางสาวพิศทยา เข้าพบ พล.ต.อชิร์ฉัตร โรจนะภิรมย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดอุบลราชธานี ที่ห้องประชุมชั้น 2 โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปภายในห้องประชุมดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 30 นาที

201605301237266-20041020103320

หลังจากการเข้ารายตัวและพบ พล.ต.อชิร์ฉัตร พร้อมคณะ นายเกรียงเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้รับโทรศัพท์จากทหารมณฑลทหารบกที่ 22 แจ้งว่าให้ตนเองพร้อมด้วยนายวรสิทธิ์ บุตรชาย และนางสาวพิศทยา ไชยสงคราม สะใภ้ ให้ทั้ง 3 คนเข้าไปรายงานตัวที่มณฑลทหารบกที่ 22 ในวันที่ 30 พ.ค. เวลา 09.00 น. โดยระบุว่ามีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล วันนี้จึงได้เดินทางมาเพื่อรายงานตัว ซึ่งได้สอบถามในที่ประชุมว่าตนเองและครอบครัวเข้าข่ายผู้มีอิทธิพล 16 ข้อ ในข้อไหนที่ประกอบด้วย 1.นายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบ 2.ฮั้วประมูลงานราชการ 3.หักหัวคิวรถรับจ้าง 4.ขูดรีดผู้ประกอบการ 5.ลักลอบขนสินค้าหนีภาษี 6.เปิดบ่อนการพนัน 7.ลักลอบค้าประเวณี 8.ลักลอบนำคนเข้า-ออกประเทศโดยผิดกฎหมาย 9.ล่อลวงแรงงานไปยังต่างประเทศ 10.แก๊งต้มตุ๋นนักท่องเที่ยว 11.มือปืนรับจ้าง 12.รับจ้างทวงหนี้ด้วยการข่มขู่ใช้กำลัง 13.ลักลอบค้าอาวุธสงคราม/ปืนเถื่อน 14.บุกรุกที่ดินสาธารณะ/ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ 15.เรียกรับผลประโยชน์บนเส้นทางหลวงสาธารณะ 16.ผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ได้รับทราบว่าไม่เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลแต่อย่างใด

นายเกรียงกล่าวเพิ่มเติมว่า พล.ต.อชิร์ฉัตรแจ้งให้ทราบว่ามีรายชื่อจากส่วนกลางว่าผมเป็นผู้มีอิทธิพล ซึ่งจากการตรวจสอบ 16 ข้อฐานความผิดไม่พบว่าตนเองและครอบครัวเป็นผู้มีอิทธิพล จึงจะได้รายงานให้ทางหน่วยเหนือได้รับทราบต่อไปและอนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ก็แปลกใจว่าข้อมูลจะมาจากส่วนกลางคงเป็นไปไม่ได้ คงได้มาจากจังหวัด ซึ่งอาจจะมีคนที่ให้ข้อมูลที่ผิดๆ หรืออะไรไม่ทราบได้ แต่ที่แน่ๆ โดนเรียกตัว ซึ่งก็ผิดหวังนิดหน่อย ไม่น่าจะมีรายชื่อว่าเป็นผู้มีอิทธิพล

“อยู่ในสังคมปัจจุบันเราก็ยึดถือกติกา ภายในสังคมมาตลอดทุกเรื่อง ซึ่งในครอบครัวเราไม่เคยออกนอกกติกา” นายเกรียงกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กกต.เผยมีคนร้องเรียน’สุรนันทน์-ดร.พิชญ์’ใส่เสื้อชี้นำ ส่งให้กกต.กทม.สอบ
บทความถัดไปไล่สกัดคาราวานยาบ้า รวบ5เอเยนต์ ยึดเฉียด4แสนเม็ด