‘เรืองไกร’ ยื่น กกต.สอบ ‪21‬ ‪ส.‬ว.ถือหุ้นสื่อ จี้ให้สั่งหยุดการปฏิบัติหน้าที่

‘เรืองไกร’ยื่น กกต.สอบ ‪21‬ ‪ส.‬ว.ถือหุ้นสื่อ ชี้ต้องโอนหุ้นเมื่อได้รับการทาบทามต้นเดือน ก.พ. จี้ให้สั่งหยุดการปฏิบัติหน้าที่ เชื่อขั้นตอน-วิธีการสรรหา ส.ว.ไม่ถูกต้อง เดินหน้าตรวจสอบให้ครบทั้ง 400 รายชื่อ

เมื่อ‪เวลา 11.00 น.‬ วันที่ 24 มิถุนายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) พร้อมด้วยนายณรงค์ รุ่งธนวงศ์ หัวหน้าศูนย์ข้อมูลและสถิติพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือถึง กกต.ขอให้ตรวจสอบสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สิ้นสุดลง เนื่องจากเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ หรือไม่ และขอให้รีบส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย และสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่

โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า ส.ว.หลายคนอาจจะสงสัยว่าโอนหุ้นไปแล้วเหตุใดยังถูกยื่นคำร้องให้ตรวจสอบ จึงอยากชี้แจงว่า มีความจำเป็นต้องยื่นคำร้องให้ กกต.เรียกเข้าให้ข้อมูลเพื่อให้เปิดเผยขั้นตอนการสรรหา ส.ว. ของคณะกรรมการสรรหาที่ตั้งขึ้นมาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะผิดถูกอย่างไรหรือต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบของ กกต. สำหรับ ส.ว.อีก 200 คนยังไม่ต้องน้อยใจทุกคนจะถูกตรวจสอบทั้งหมด โดยขณะนี้ตนกำลังร่วมกับ 7 พรรคการเมืองตรวจสอบข้อมูลรวมถึง ส.ส. 55 รายชื่อที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กำลังจะยื่นตรวจสอบ

เมื่อถามว่า ส.ว.ที่มาจากการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหาของ คสช.ไม่ได้ยื่นสมัคร ต้องโอนหุ้นในช่วงใดจึงจะไม่ขาดคุณสมบัติ นายเรืองไกรกล่าวว่า ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อต้องโอนหุ้นเมื่อได้รับการทาบทามจากคณะกรรมการสรรหา เนื่องจากทุกคนจะต้องกรอกข้อความในหนังสือรับรองตนเองว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) ส่วน ส.ว.ที่มาจากการสมัครและผ่านการคัดเลือกกันเอง จะต้องโอนหุ้นให้แล้วเสร็จก่อนวันสมัคร เทียบเคียงกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องกรอกหนังสือรับรองว่าไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ไม่มีใครรู้ว่าคณะกรรมการสรรหา ส.ว.วางระเบียบและวิธีการในการสรรหาอย่างไร การประชุมในแต่ละครั้งองค์ประชุมครบหรือไม่ ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะต้องถูกเปิดเผยโดย กกต. จะต้องเรียกทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมด และเมื่อเห็นรายละเอียดในวิธีการและขั้นตอน ส่วนตัวเชื่อว่าขั้นตอนไม่ถูกต้องโดยคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ไม่ได้กำหนดขั้นตอนและไม่มีวิธีการอะไรเลย โดยก่อนหน้านี้ตนได้ยื่นเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบ

“ที่นายวิษณุบอกว่า คณะกรรมการสรรหา ส.ว.ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อกรรมการได้นั้น ไม่เป็นความจริง อย่าใช้รัฐธรรมนูญลักลั่น ผมไม่อยากใช้คำว่าอย่าแถกันไปมา แต่เรื่องคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามกำหนดไว้ชัดในรัฐธรรมนูญ ส.ว.จึงต้องโอนหุ้นให้แล้วเสร็จเมื่อได้รับการทาบทามหรือในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ส่วนที่นายวันชัย สอนศิริ ขู่จะฟ้องกลับนั้น ผมยินดี เพราะตามข้อเท็จจริงคุณวันชัยโอนหุ้นให้ลูกเขยในเดือนเมษายน ไม่ใช่เดือนกุมภาพันธ์” นายเรืองไกรกล่าว

นายเรืองไกรยังระบุว่า นอกจากนี้ ยังจะตรวจสอบการถือหุ้นของ ส.ว.อีกกว่า 400 คน ทั้งที่อยู่ในบัญชีสำรอง และผู้ได้รับการคัดเลือกในรอบแรก โดยเฉพาะนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน ส.ว. ที่ตรวจสอบได้เบื้องต้นพบว่าถือหุ้นในบริษัทใหญ่ แต่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เรื่องการดำเนินธุรกิจสื่อ หรือ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวาณิช ที่ถือหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ที่ถือหุ้นด้วยตัวเองและภรรยาจำนวนมาก โดยเฉพาะหุ้นของมหาวิทยาลัยเอกชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อ 21 ส.ว. ที่นายเรืองไกรได้ร้องและระบุในหนังสือร้องเรียน ทั้งหมดมีการโอนหุ้นหลังรับตำแหน่ง ส.ว.แล้ว แต่ต้องการให้ กกต.ตรวจสอบว่ามีการโอนจริงหรือไม่ โดย 21 คน ประกอบด้วย 1.นายวันชัย สอนศิริ บริษัท แคล นู ไฮเรอร์ จำกัด 2.ว่าที่ร้อยตรีวงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี บริษัท สมศรีพานิช จำกัด 3.นายระวี รุ่งเรือง บริษัท ฟาร์มเมอร์ รีสอร์ท จำกัด 4.นายยุทธนา ทัพเจริญ บริษัท วิคเตอร์ โปรเฟสชั่นแนล จำกัด 5.พลอากาศเอก มนัส รูปขจร บริษัท พลังร่วม 18 จำกัด 6.นางสาวภัทรา วราวิตร บริษัท กาฬสินธุ์ โอทอป อินเตอร์เทรดเดอร์ จำกัด 7.พลเอก ไพโรจน์ พานิชสมัย บริษัท ทุ่งท่าลาด จำกัด 8.พลตำรวจโท พิสัณห์ จุลดิลก บริษัท กีฬา สุราษฎร์ธานี จำกัด 9.นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ บริษัท พี แอนด์ อาร์ อิงค์ จำกัด 10.นางประยูร เหล่าสายเชื้อ บริษัท ดีจริงมอเตอร์ จำกัด

11.นางเบญจรัตน์ จริยธาราสิทธิ์ บริษัท ศรีสุพรรณการแร่ จำกัด 12.นายบรรชา พงศ์อายุกูล บริษัท พงศ์อายุกูลและบุตร จำกัด 13.นายนิอาแซ ซีอุเซ็ง บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีนราธิวาส (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด 14.นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีนราธิวาส (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด

15.พลเรือเอก ฐนิธ กิตติอำพน บริษัท นลวิตา จำกัด 16.นายซากีย์ พิทักษ์คุมพล ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดีเคพี โลจิสติกส์ 17.ว่าที่ร้อยตรีเชิดศักดิ์ จำปาเทศ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ณัฏฐ์ แอนด์ พิรพัฒน์ 18.นายเฉลียว เกาะแก้ว บริษัท ไตรหิรัญ 2555 จำกัด

19.นายกูรดิสถ์ จันทร์ศรีชวาลา บริษัท แอล.ดี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 20.นายกำพล เลิศเกียรติดำรงค์ บริษัท ไฮเทค เกลซเซอร์ จำกัด 21.นางกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา บริษัท ภูตะวัน จำกัด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กรุงศรีหั่นส่งออกปีนี้ติดลบ 1.5% จีดีพีโตแค่ 3.2%
บทความถัดไป‘เงือกอุ้ม’ คว้า 3 ทอง ศึกว่ายน้ำสิงคโปร์ ‘โค้ชตึก’ ชี้ต้องดีกว่านี้เพื่อลุ้นแชมป์ซีเกมส์