‘หมอระวี’ โต้ ‘ยุทธพงษ์’ ยัน ไม่ได้เปลี่ยนมติ กมธ.โดยพลการ ย้ำ 3 องค์กรที่เกี่ยวข้องต้องได้ชี้แจง

‘หมอระวี’ โต้ ‘ยุทธพงษ์’ ยันไม่ได้เปลี่ยนมติ กมธ.โดยพลการ ย้ำ 3 องค์กรที่เกี่ยวข้องต้องได้ชี้แจง ไม่ได้เอื้อให้องค์กรเดียว เชื่อไม่ส่งผลกระทบการต่อสัญญาสัมปทาน

เมื่อวันที่​ 24​ กรกฎาคม​ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการขยายสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้า (บีทีเอส) แถลงชี้แจงกรณีนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.)​ และโฆษกกรรมาธิการ กล่าวหาตนเองแก้ไขมติที่ประชุมจากการเชิญตัวแทน 3 หน่วยงานเข้าชี้แจง เหลือเพียง 1 หน่วยงานคือสหภาพการทางพิเศษแห่งประเทศไทย จนเป็นเหตุให้การประชุมล่มเมื่อวานนี้ ว่า​ เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากที่ประชุมมีมติให้เชิญตัวแทน 3 หน่วยงานอยู่แล้ว ประกอบด้วย ​ตัวแทนคณะกรรมการบริหารการทางพิเศษแห่งประเทศไทย, ประธานสหภาพการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และตัวแทนบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ไม่ได้มีการแก้ไขมติโดยไม่แจ้งต่อที่ประชุม แต่ทราบว่าการประชุมเมื่อวันที่​ 23​ กรกฎาคม​ ในช่วงบ่ายมีหลายพรรคการเมืองต้องประชุมพรรค อาจทำให้ไม่สะดวกประชุมได้ อีกทั้งเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ตัวแทนทั้ง 3 องค์กรมาชี้แจงพร้อมกัน เพราะมีการตกลงกันแล้วว่าควรจะสลับกันให้ตัวแทนแต่ละฝ่ายมาให้ความเห็น ทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการต่อสัมปทาน รองประธานกรรมาธิการทั้ง 3 คน จึงหารือและตกลงกันว่า ควรแยกวันให้แต่ละองค์กรแยกชี้แจง จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบถึงการเรียงลำดับเวลาใหม่ โดยให้ประธานสหภาพการทางพิเศษแห่งประเทศไทยชี้แจงเมื่อวานนี้ ส่วนวันนี้เป็นคิวของตัวแทนคณะกรรมการบริหารการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และครั้งต่อไปเป็นคิวของบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM)

นายแพทย์ระวีกล่าวว่า จากการประชุมวันนี้ ตัวแทนคณะกรรมการบริหารการทางพิเศษแห่งประเทศไทยให้ข้อมูลได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากเวลาไม่พอ จึงต้องให้มีการชี้แจงต่ออีกสัปดาห์หน้า จึงเป็นการเน้นย้ำว่าการชี้แจงจำเป็นต้องจัดสรรเวลาแยกกัน ไม่สามารถชี้แจงพร้อมกันทั้งหมดได้ และขอย้ำว่าไม่ได้แก้ไขมติที่ประชุมตามที่นายยุทธพงษ์กล่าวหา ยืนยันว่าปัญหาความขัดแย้งเหล่านี้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่กระทบต่อการศึกษาของคณะกรรมาธิการ และขอให้นายยุทธพงษ์แสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่ได้กล่าวหา แต่นายยุทธพงษ์กลับท้าให้ฟ้องร้อง

บทความก่อนหน้านี้กรมควบคุมโรคเปลี่ยนยารักษา ‘ไข้มาลาเรีย’ ขนานแรกใน จ.ศรีสะเกษ-อุบลฯ หลังพบอัตราการรักษาหายขาดต่ำกว่าเกณฑ์อนามัยโลก
บทความถัดไปการ์ตูนอรุณ 24ก.ค.62 : โดย อรุณ วัชระสวัสดิ์