“เพื่อไทย” โชว์วิชั่นการทำงาน 6 เดือนจากนี้ ลั่น ฝ่ายค้านยุคใหม่ “ปชช.คิด เพื่อไทยทำ”

“เพื่อไทย” โชว์ วิชั่นการทำงาน 6 เดือนต่อจากนี้ ลั่น จากนี้เป้นฝ่ายค้านยุคใหม่ ทำงานร่วมกับปชช. “ประชาชนคิด เพื่อไทยทำ”

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 สิงหาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีงานแถลงข่าว แผน 6 เดือนแรกในการปฏิรูปพรรคเพื่อไทย สู่เป้าหมาย “ประชาชนคิด เพื่อไทยทำ” โดยมีแกนนำพรรคพท. อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค นายชัยเกษม นิติสิริ นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค ส.ส. และสมาชิกพรรคพท. จากทั่วประเทศเข้าร่วมรับฟัง

โดยนายสมพงษ์ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์หัวข้อ “new challenge: สถานการณ์ใหม่ เพื่อไทยต้องเปลี่ยน” ว่า สถานการณ์ หลังการเลือกตั้ง ประชาชนยังไม่อาจคาดหวังใดๆกับรัฐบาล ที่เข้ามาบริหารประเทศในปัจจุบัน เพราะยังมิได้เห็นแนวทางการแก้ไขปัญหาใหม่ใดๆ ที่จะนำไปสู่การสร้างความหวังและการแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากให้ พี่น้องประชาชน ยิ่งดู การจัดวางตัวบุคคล เข้ามารับหน้าที่ เป็นรัฐมนตรี เพื่อบริหารประเทศ ยิ่งไร้ความหวัง เพราะล้วน เป็นคนหน้าเดิม ที่เคยบริหารประเทศมาแล้ว แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลขาดเสถียรภาพ เสียงในสภาปริ่มน้ำ คณะรัฐมนตรีเข้าปฏิบัติหน้าที่ โดยที่ขั้นตอนขัดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณที่ไม่ครบถ้วนของนายกรัฐมนตรีและ ครม. ทั้งคณะ ทำให้เป็นที่วิพากษ์ วิจารณ์อย่างรุนแรงและเกิดภาวการณ์ขาดความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ความไม่ลงตัวในการจัดสรรตำแหน่งและอำนาจ ตลอดจนความไม่ลงตัวของพรรคร่วมรัฐบาล ในการจัดสรรผลประโยชน์ต่างๆให้กับกลุ่มพวกพ้องตน…ยังส่งผลให้เกิดการเมืองที่ไม่นิ่ง ไร้เสถียรภาพ มีการถอนตัวของพรรคเล็กบางพรรค ออกจากการเข้าร่วมเป็นรัฐบาล เกิดการเรียกร้อง แย่งชิงผลประโยชน์ เพื่อพวกพ้องของตนอยู่เนืองนิจ จนคนส่วนใหญ่ในสังคม ไม่อาจคาดหวังอนาคตจากรัฐบาลได้ ปัจจัยนอกประเทศรุมเร้า ทั้งเศรษฐกิจ เทคโนโลยี อนาคตภายใน 1-2 ปี จากนี้ไป เศรษฐกิจโลกยังคงมีแนวโน้มที่จะตกต่ำรุนแรงต่อไป วิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจโลก จะมีบทบาทสำคัญ ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนในประเทศและก่อให้เกิดวิกฤติการณ์ที่ทำให้ความเชื่อมั่นของประเทศ ยิ่งสูญหายไป ยิ่งได้ผู้บริหารที่ไร้ศักยภาพและขาดความเชี่ยวชาญ ไร้ความสามารถในการแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนมากว่า 5 ปีแล้ว ยิ่งขาดความเชื่อมั่น ขาดความน่าเชื่อถือ เศรษฐกิจจะยิ่งตกต่ำรุนแรง

ปัญหาปากท้องของประชาชนจะยิ่งแก้ไขได้ยากลำบาก เศรษฐกิจฐานรากจะยิ่งย่ำแย่ และสิ้นหวัง รัฐรวมศูนย์อำนาจ รัฐราชการ ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลก ระบบการบริหารจัดการรัฐ มีทิศทางไปสู่รัฐที่รวมศูนย์อำนาจเป็นรัฐราชการ ที่ขาดการรับรู้และขาดการมีส่วนร่วมของคนฝ่ายต่างๆในประเทศรัฐราชการเช่นปัจจุบัน ไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะรับมือวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นได้ มีแต่ต้องต้องกระจายอำนาจ กระจายทรัพยากร ซึ่ง พรรคพท. เรามองว่า รัฐที่เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง กระจายอำนาจให้ประชาชน คือ คำตอบ โดยต้อง สร้างการมีส่วนร่วมทุกฝ่ายให้เกิด “รัฐประชาชน” ที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข จึงจะสามารถดึงทุกสรรพกำลังมาช่วยกันแก้ไขปัญหาของประเทศได้

นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า พรรคพท. เรามี 6 สัญญา 4 แนวทาง ให้ประชาชน โดย 6 สัญญาต่อประชาชน ประกอบด้วย 1.เรายังคงยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง 2.เรายังคงยืนหยัดต่อสู้กับความอยุติธรรมทั้งปวง 3.เรายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย 4.เรายังมุ่งหวังให้เกิดหลักนิติรัฐ นิติธรรม 5.เรายังยึดมั่นที่จะสร้างสังคมที่เคารพในสิทธิเสรีภาพ และการแสดงออกของทุกฝ่ายในสังคม และ 6.เราอยากเห็นการกินดี อยู่ดี และชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน และเพื่อบรรลุในเป้าหมายดังกล่าว เราต้องทำตาม 4 แนวทาง ดังนี้ 1.เราต้องปรับวิธีคิด กำหนดวิสัยทัศน์ใหม่ ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง 2.เราต้องเร่งสร้างวัฒนธรรมการทำงานและการเรียนรู้ในองค์ใหม่ ให้สามารถรับมือกับบริบทต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไป 3.เราต้องปรับวัฒนธรรมองค์กรใหม่ ให้ตระหนักรู้และเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้น และ 4. เราต้องสร้างกลไกและองคาพยพใหม่ ไปรับปรุงตัวเราให้เป็นคนทันสมัย สอดคล้องกับกาลเวลา และเท่าทันการเปลี่ยนแปลง นับเป็นพันธกิจ ที่สำคัญของพรรคพท. เราจะขับเคลื่อนทุกองคาพยพ ของเราทั้งหมดไปด้วยกัน ทุกชีวิตยังต้องเดินหน้า และต่อสู้ต่อไป ไม่ว่าสังคมจะซับซ้อน และซ่อนเงื่อนเพียงใด เราจะต่อสู้ และอยู่เคียงข้างประชาชน พรรคพท. หัวใจคือประชาชน

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์หัวข้อ “วัฒนธรรมองค์กรแบบ Fast-track ทำให้เร็ว พลิกไทยให้ทันโลก” ว่า การปฏิบัติหน้าที่ในสภาเราทำอย่างเต็มที่ ไม่มีการประชุมสภาครั้งไหนที่พท. ไม่มีดาวสภาเกิดขึ้นบนหน้าหนังสือพิมพ์ ต้องขอแสดงความชื่นชม และคารวะต่อหัวใจนักสู้ที่แข็งแกร่ง ทั้งที่มีสิ่งยั่วยวน และดึงดูดเรามากมาย ไม่ว่าจะอำนาจรัฐที่เข้ามากดขี่ และอำนาจเงินที่เข้ามายั่วยวน บางท่านก็มีคดี แต่หัวใจที่แข่งแกร่งของทุกท่านผนึกกำลังกันเป็นพท.ทุกวันนี้ทำให้พท.เดินต่อไปได้ จนทำให้นำความหวังของประชาชนมาทำให้ประสบความสำเร็จได้ ทั้งนี้ จากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็วทำให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น เข้าถึงประาชนได้มากขึ้น เราจึงต้องคว้าเอาเทคโนโลยีมาเป็นโอกาส แต่รัฐบาลกลับบริหารงานแบบ 0.4 แทนที่จะเป็น 4.0 วันนี้ประเทศไทยตั้งแต่รัฐประหารมา เราก้าวถอยหลัง เศรษฐกิจเราแย่มาก เกษตรกรยากจนมา 5 ปี ซ้ำด้วยภัยแล้ง การลงทุนจากเอกชนก็น้อย 5 ปีนี้ คนจนยิ่งจนลง ชนชั้นกลางก็ย่ำแย่ ธุรกิจใหญ่ไม่กี่รายเท่านั้นที่รวยขึ้นสวนทางกับฟากประชาชน รัฐบาลแจกเงินคนจน แต่เงินกลับไปโผล่ที่ธุรกิจยักษ์ใหญ่ ทำให้เราต้องแบกภาระเป็นหนี้ 3 ล้านล้านบาท หากยังอยู่ต่อไปเราอาจจะเป็นหนี้ถึง 5 ล้านล้านบาท

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า วันนี้ประชาชนยังฝากความหวังไว้กับฝ่ายค้านมากกว่าฝ่ายรัฐบาล เรายังเป็นฝ่ายค้านที่ประชาชนรัก และรอให้พวกเรากลับมาแก้ไขปัญหา ในหัวใจพท. มีประชาชนอยู่เสมอ และในหัวใจของพี่น้องประชาชนก็ยังมี พท. อยู่เสมอเช่นกัน ทำให้เราต้องเร่งทำงานโดยเอาประสบการณ์สมัยพรรคไทยรักไทย ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คิด และทำสำเร็จมาแล้วมาปรับใช้ เพราะเราได้พิสูจน์แล้วว่าที่ผ่านมาหลักคิด และทุกนโบายของนายทักษิณทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี กระเป๋าตุง และเศรษฐกิจดี เราจะปรับตัวเพื่อเป็นเครื่องมือทำงานให้ประชาชน เราจะเป็นฝ่ายยุคใหม่ที่ไม่รออำนาจรัฐ แต่สามารถลงมือแก้ปัญหาให้ประชาชนทันทีได้ โดยพท.จะผนึกทั้งพลังในสภา และนอกสภา รวมถึงผนึกกำลังคน 3 รุ่น ทำงานให้ประชาชน วันนี้เราจะ “คิดใหม่ทำไว” เพราะปัญหาของประชาชนหนักและเยอะ จะคิดใหม่ทำช้าไม่ได้ เราจะปฏิรูปพรรคพท.ให้เป็นสถาบันทางการเมืองอย่างแท้จริง โดยการแบ่งคณะทำงานออกเป็นหลายๆคณะเพื่อให้ทุกคนได้เข้ามาทำงานตามความสามารถ พร้อมกับใช้เทคโนโลยีเข้ามาประกอบการทำงานด้วย เมื่อประชาชนมีปัญหา อยากให้นึกถึงพรรคพท.เป็นพรรคแรก พท.ต้องทำงานให้หนักมากขึ้น ทุกท่านต้องสุขภาพแข็งแรง มีจิตใจที่เข้มแข็งสำหรับการทำงานหนัก เราหวังพึ่งรับบาลไม่ได้ เราฝ่ายค้านต้องเป็นที่พึ่งที่หวังให้ประชาชน เราจะร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมแก้ไขปัญหากับประชาชนทันที ทั้งนี้ เราได้ทำแอพพริเคชั่นขึ้นมาเพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชน พท.ยุคใหม่จะก้าวไปกับประชาชน จากนี้ไปอีก 6 เดือนด้วยพลังของพท.ทุกคน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ที่ทำการพรรคพท.ได้ติดไวนิลทั่วทั้งพรรค พร้อมเปลี่ยนแบล็กดอร์ป เป็นสโลแกน “ประชาชนคิด เพื่อไทยทำ” และเปลี่ยนเพลงที่จะใช้เปิดในการทำกิจกรรมต่างๆ เป็นเพลง “ขอบคุณประชาชน” ด้วย

บทความก่อนหน้านี้ม.มหิดล จัดงาน “Mahidol R-I-SE NOW” ครั้งแรกกับงานแสดงผลงานวิจัย และนวัตกรรมที่โดดเด่น ตอบสนองยุทธศาสตร์ประเทศ พร้อมพบกับเวทีเสวนา สร้างสรรค์องค์ความรู้มากมายในงาน
บทความถัดไปอว.ปรับบทบาท ‘อุทยานวิทย์ฯ’ ภูมิภาค เน้นงานเฉพาะด้าน-เพิ่มเครือข่าย