นักวิชาการเอาด้วย ปมตั้งเซียนพระเป็นกรรมการ ป.ป.ช. แนะประกาศเกณฑ์เช็กราคาเครื่องราง-ของขลัง

เมื่อวันที่ 24 กันยายน นายบรรณ แก้วฉ่ำ นักวิชาการด้านกฎหมายการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) เปิดเผยว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ที่มีเครื่องรางของขลังมูลค่าสูง ถือเป็นช่องโหว่กฎหมายที่สร้างราคาในบัญชีทรัพย์สิน โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจใช้ฟอกเงินที่ได้มาจากการทุจริต นอกเหนือจากปัญหานาฬิกายืมเพื่อนที่อาศัยนักกฎหมายตีความเปิดช่องให้ฟอกเงินว่า “ยืมในเชิงนิติประเพณี” เนื่องจากเครื่องรางของขลังเป็นสิ่งที่กฎหมายเปิดช่องให้ผู้ยื่นบัญชีทรัพย์สินประเมินราคาด้วยตนเอง ดังนั้นจึงเห็นด้วยกับข้อเสนอของหัวหน้าพรรคการเมืองกรณีการแต่งตั้งเซียนพระชื่อดังไปทำหน้าที่กรรมการ ป.ป.ช. ขณะที่ก่อนหน้านี้ผู้บริหารระดับประเทศได้แต่งตั้งหมอดูไปทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาแล้วในฐานะข้าราชการการเมือง

“พระเครื่อง หรือเหล็กไหลที่กำหนดไว้หลายร้อยล้านในบัญชีทรัพย์สิน อาจส่อเจตนาทุจริตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เมื่อได้เงินหรือทรัพย์สินที่ไม่มีเหตุที่จะอ้าง ไม่มีที่มา ก็จะอ้างว่าได้มาจากการขายพระเครื่อง ขายเหล็กไหล สำหรับวิธีการตามข้อเสนอของนายวิษณุ เครืองาม ที่บอกให้ไปตรวจสอบว่าของเก๊ หรือของจริง เป็นแนวทางที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เก๊หรือปลอมแม้แต่ศาลก็วินิจฉัยไม่ได้ โดยเฉพาะจำพวกเหล็กไหล ดังนั้น ป.ป.ช.ควรอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 หรือมาตรา 110 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ เพื่อใช้สำหรับตรวจสอบทรัพย์สินดังกล่าวไว้เป็นการเฉพาะ” นายบรรณกล่าว

นายบรรณกล่าวอีกว่า ควรกำหนดหลักเกณฑ์บังคับเพิ่มเติมว่า เมื่อมีการจำหน่ายจ่ายโอนจะต้องแสดงหลักฐานการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ดังกล่าวให้ ป.ป.ช.ทราบทันที โดยต้องแสดงหลักฐานของผู้รับซื้อ หรือรับเช่า เพื่อตรวจสอบว่ามีการซื้อขายกันจริงด้วยราคาดังกล่าว ทั้งผู้ซื้อมีกำลังทรัพย์มีรายได้ที่อาจซื้อเครื่องรางของขลังในราคาดังกล่าวได้จริง เช่น เหล็กไหลราคา 700 ล้าน หากแจ้งว่าโอนให้บุคคล ป.ป.ช.ต้องไปติดตามตรวจสอบจากบุคคลที่รับซื้อ จึงจะวินิจฉัยได้ทันทีว่ามีการปกปิดความจริงหรือไม่

ย้อนอ่าน : ‘มงคลกิตติ์’ ติง ป.ป.ช. ไม่มีใครรู้เรื่อง ‘พระเครื่อง’ แนะควรมี ‘เซียนพระ’ เป็นกรรมการสักคน

ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีหัวหน้าพรรคการเมืองขู่จะฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาท หลังจากไปร้อง ป.ป.ช.กรณีมีนักการเมืองยื่นทรัพย์สินเครื่องรางของขลังที่มีมูลค่าสูง โดยระบุว่า อู๊ยยยยยยย น้องกลัววววววววววแล้วครับพี่เต้…

ด้านเซียนพระชื่อดัง อดีตพระเอกดาราภาพยนตร์ชื่อดัง ระบุว่า ปัจจุบันเซียนพระระดับแถวหน้าของประเทศมีหลายกลุ่ม และอาจมีความเห็นในการตรวจสอบพระเครื่องหรือเครื่องรางของขลังที่มีมาตรฐานแตกต่างกัน แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล รวมทั้งหลักฐานเดิมที่ปรากฏในเอกสารที่ทำขึ้นเองเพื่อประโยชน์ด้านการตลาด นอกจากนั้นการตั้งราคาซื้อขายที่เลี่ยงใช้คำว่า “เช่า” จะประเมินจากความเชื่อของวัตถุที่ไม่มีการกำหนดราคากลาง แต่เป็นความพึงพอใจของผู้ซื้อและผู้ขายเท่านั้น ทั้งนี้ หากหน่วยงานของรัฐสนใจเข้าไปจัดระเบียบเรื่องนี้ คาดว่าจะมีผลกระทบพอสมควร โดยเฉพาะการซื้อขายวัตถุมงคลที่มีราคาสูงอาจจะต้องมีการประเมินภาษีเป็นรายได้ของแผ่นดิน ขณะเดียวกันการจัดตั้งองค์กรของเซียนพระชื่อดังหลายรายระดับแถวหน้าของประเทศ ปัจจุบันพบว่ามีหลายกลุ่มและไม่มีแนวโน้มที่จะรวมตัวเป็นเอกภาพเพียงองค์กรเดียว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ด่วน ศาลสั่งประหาร ‘นวัธ-ส.ส.ดังขอนแก่น’ จ้างวานฆ่าปลัดอบจ.
บทความถัดไปรมว.พม. ระบุ ‘อาชีพพริตตี้’ เป็นสิทธิตามรธน. ถ้าไม่ทำผิดกม. มอบกรมเด็กดูแลอยู่